เติบโตผ่านการอ่าน

การอ่านเป็นการลงทุนที่ยอดเยี่ยมที่สุด ยิ่งอ่านหนังสือที่ดีมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งสร้างคุณค่าที่ดีงามให้กับชีวิตและจิตใจมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น การอ่านเพิ่มพูนความคิดได้อย่างสร้างสรรค์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มจุดเด่นและความคิดที่หลักแหลมเข้าไปในความคิดของเรา ยิ่งเราอ่านหนังสือใหม่ ๆ มาก ความคิดสร้างสรรค์และแรงกระตุ้นจินตนาการของเราก็ยิ่งทําให้เราสนุกสนานไปกับการอ่าน

สตีฟ จอบส์ เป็นผู้ก่อตั้ง Apple Inc. กล่าวไว้ว่า

Stay hungry, stay foolish

ฝึกนิสัยการชอบค้นคว้าและตรวจสอบ ความอยากรู้อยากเห็น คือการสนใจในสิ่งที่อ่าน แสวงหาคําตอบในสิ่งที่ยังไม่รู้โดยการตั้งค่าถามบวกกับความคิดที่สร้างสรรค์ ถ้าจะให้พูดถึงข้อดีของการอ่านนั้นมีอยู่มากมาย หนึ่งในนั้นคือการอ่านช่วยกระตุ้นความคิด

(วูเจค) เจ้าของผลงานวิจัยเกี่ยวกับ “ปัญหามาร์ชเมลโล่” แนะนําการอ่านหนังสืออย่างมีประสิทธิภาพไว้อย่างน่าสนใจ คือให้เริ่มต้นด้วยการให้ตั้งคําถามว่า สิ่งที่อ่านจะมีผลต่อแนวคิดของเราอย่างไร? และให้จดบันทึก เพราะจะทําให้ความคิดถูกกระตุ้นจากสมองให้ใช้ความคิดเหล่านั้นได้เสมอ จากนั้นอาจเป็นการเขียนโครงร่างของหนังสือก่อนที่อ่านหนังสือเล่มนั้น หรืออ่านหนังสือเล่มนั้นไปได้สักครึ่งหนึ่ง แล้วจึงเขียนโครงร่างของอีกครึ่งที่เหลือเพื่อลองคาดเดาว่า เนื้อเรื่องจะเป็นในลักษณะไหน ลองฝึกแก้ปัญหา เช่น หนังสือบางเล่มอาจมีแบบฝึกหัด หรือกรณีศึกษา ให้ลองคิดวิธีแก้ปัญหาดูด้วยตัวเอง ก่อนเปิดเฉลยในเล่ม ลองอ่านให้หลากหลาย หาข้อมูลจากแหล่งที่แตกต่างกัน เปิดโอกาสให้ตัวเองมองหาแนวคิดในทุกหนทุกแห่ง

เรื่องน่าเศร้าที่หลายคนไม่ได้รู้สึกสนุกสนานกับการอ่านเท่าที่ควร บางคนไม่มีจุดมุ่งหมายในการอ่าน หรืออ่านเพียงเพราะต้องสอบ แต่แท้จริงแล้ว ความสุขจากการอ่านก็คือ การอ่านด้วยความคาดหวังแต่สิ่งที่สนุกสนาน เป็นความรู้สึกตื่นเต้น มีความกระหายที่จะค้นพบ รู้สึกอยากรู้อยากลองและใฝ่รู้ มีความเชื่อว่าตัวเองกําลังทําสิ่งที่มีคุณค่า มีความมุ่งมั่นและพึงพอใจ รู้สึกปลอดภัยและเป็นอิสระ และรู้สึกภาคภูมิว่า ใกล้จะค้นพบบางอย่างแล้ว เจมส์ เทอร์เบอร์ เป็นนักแสดงตลก ได้กล่าวไว้ว่า “ผมชอบที่จะรู้คําถามให้มาก มากกว่ารู้ทุกคําตอบ” นายแพทย์ โรโล เมย์ เป็นจิตแพทย์และนักจิตวิทยา ได้กล่าวไว้เช่นกันว่า “เราไม่สามารถทําให้เกิดการหยั่งรู้ เราไม่สามารถทําให้เกิดการมีความคิดสร้างสรรค์ แต่เราสามารถทําให้ตัวเรามีประสบการณ์ที่สร้างสรรค์ พร้อมกับความมุ่งมั่นที่จะทุ่มเท และความรับผิดชอบ การมีมุมมองที่เพิ่มขึ้นกับสิ่งต่าง ๆ ที่เราพบเจอ จะส่งผลต่อขอบเขตความรับผิดชอบนั้น” เพราะความรู้มีอยู่ทุกที่ ผู้บริหารท่านหนึ่งชื่อ เจมส์ เว็บบ์ ยังได้ให้คําชี้แนะไว้ว่า “เราสามารถอ่านหนังสือเพื่อพัฒนาแนวคิดที่หลากหลายได้ จากหลากหลายสถานที่ ไม่ใช่เพียงแค่ในห้องสมุด โรงเรียน หรือมหาวิทยาลัย เป็นต้น ดังนั้น จงอย่าคิดหาความรู้จากหนังสือเพียงอย่างเดียว แต่จงฝึกการมองหาสิ่งใหม่ ๆ และความคิดดี ๆ ที่คนอื่นเคยใช้แล้วประสบผลสําเร็จให้เป็นนิสัย”

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทําให้เกิดวัฒนธรรมการอ่านในรูปแบบใหม่ ทําให้ผู้อ่านเข้าถึงง่ายและสะดวกมากขึ้นในการรับรู้เรื่องราว ผ่านทางสื่อต่าง ๆ กันมากขึ้น อาทิ YouTube หรือ Broadcast หลายคนอ่านหรือฟังหนังสือเสียงได้ในขณะเดินทาง เลี้ยงลูก ออกกําลังกาย เตรียมเทศนา ทําสวน ทํางานรอบ ๆ บ้าน สนุกกับเพื่อน ช้อปปิ้ง ทําความสะอาดบ้าน ดูแลรถ เป็นต้น เทคโนโลยีทําให้การอ่านข้ามพรมแดนและข้ามเขตเวลาเป็นเรื่องง่าย ช่วยขจัดอุปสรรคบางอย่างที่ไม่ควรเกิดขึ้นให้หมดไปได้ ในสมัยโบราณหรือสมัยที่ยังไม่มีอินเทอร์เน็ต การอ่านหนังสือบางประเภท เช่น หนังสือทั่วไปในประเทศอื่น ๆ เป็นเรื่องที่ถูกจํากัด เนื่องจากไม่มีการเชื่อมต่อข้อมูลสารสนเทศหรือระบบการค้นหาหนังสือสากล ทําให้เราไม่มีโอกาสได้ศึกษา แลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมข้ามชาติ แต่ทุกวันนี้การอ่านหนังสือของบางประเทศกลายเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น เนื่องจากมีการเปิดแหล่งข้อมูล (Open source) กันมากขึ้น เราสามารถอ่านหนังสือได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ทําอะไร เราสามารถดาวน์โหลดและเก็บหนังสือในรูปแบบ E-books หรือหนังสือเสียงได้ตามเว็บไซต์ต่าง ๆ บางเล่มเป็นหนังสือฟรี บางเล่มก็มีจําหน่ายตามร้านหนังสือออนไลน์ทั่วไปโดยการ Subscribe เช่น Amazon eBay สมาคมพระคริสตธรรมไทย หรือศูนย์หนังสือเรเดียนท์ ถึงแม้ว่าจะมีรูปแบบการอ่านที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการอ่านผ่านหนังสือ หรือสื่อต่าง ๆ สิ่งที่เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนก็คือ การอ่านยังคงเป็นเรื่องที่สําคัญที่ช่วยทําให้เกิดความคิดอยู่ตลอดเวลา

แนะนําหนังสือน่าอ่านในห้องสมุดบีไอที

ห้องสมุดบีไอทีเปิดวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 08:00-16:30 น. ห้องสมุดได้จัดเตรียมหนังสือด้านศาสนศาสตร์ให้แก่ผู้ที่สนใจ เช่น ประวัติศาสตร์คริสตจักร การตีความพระคัมภีร์ และด้านอื่นๆ อาทิ สังคมวิทยา ปรัชญา จิตวิทยา วรรณคดี ดนตรีและศิลปะ ฯลฯ

หนังสือภาษาไทย เรื่อง เปลี่ยนชีวิตเจ็ดด้าน สู่การเติบโตในพระคริสต์ เป็นชุดคู่มือ “เปลี่ยน” ที่มีเนื้อหาครอบคลุม 7 ประเด็นสําคัญ ซึ่งจะ ช่วยให้มีการเติบโตด้านจิตวิญญาณ ด้านร่างกาย ด้านจิตใจ ด้านสังคม ด้านการเงิน ด้านชีวิตสมรส ด้านการเลี้ยงดูบุตร มีภาพประกอบที่น่าอ่านและไม่น่าเบื่อ และมีข้อคิดหนุนใจมากมายที่เป็นประโยชน์ต่อทุกคนที่ได้อ่าน

หนังสือภาษาอังกฤษ เรื่อง “Spiritual Formation Is…” ผู้เขียนคือ เดฟและโรด ได้แบ่งปัน หลักการที่สําคัญในการเป็นเหมือนพระเยซูคริสต์ และแนวทางที่ทุกคนสามารถนําไปใช้สําหรับการพัฒนาทางด้านจิตวิญญาณ ด้านความคิด ด้านความสัมพันธ์ในการรักพระเจ้า รักซึ่งกันและกันและรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง รวมทั้งมีคําคมเพื่อพิจารณาและคําถามสําหรับไตร่ตรอง ในท้ายบทซึ่งคู่ควรแก่การอ่านเป็นอย่างยิ่ง

ขอเชิญชวนให้ท่านหาเวลา วันละ 15 นาทีอ่านหนังสือหรือฟังข้อมูลเพื่อเปิดโอกาสให้ตัวเองสู่สิ่งใหม่ ๆ และเล่นสนุกไปได้ทุกที่ เมื่อเรามีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเติบโตและพัฒนาจิตวิญญาณ ความคิดและความสัมพันธ์อยู่เสมอ มันช่างเป็นสิ่งที่งดงามและอัศจรรย์จริง ๆ เมื่อวันหนึ่งเราได้ค้นพบว่าความคิดอันเฉียบแหลม ความสัมพันธ์อันลึกซึ้งพยายามสร้างโอกาสให้แก่ปรากฏการณ์ซึ่งยังไม่มีใครค้นพบ ดังนั้น ถ้าเราอยากเจริญเติบโตทางด้านจิตวิญญาณความคิด และความสัมพันธ์ การอ่านเป็นอีกหนึ่งคําตอบที่น่าสนใจ