แนะนำบุคลากร (2019)

ศาสนาจารย์ ดร.ทิวาพร ราชรักษ์
ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนานักศึกษา

การศึกษา:

  • ปริญญาเอก D.Min. (Ministry) The Lutheran Theological Seminary, Hong Kong (2013)
  • ปริญญาโท M.Div. (Theology) สถาบันกรุงเทพคริสตศาสนศาสตร์ (2003)
  • ปริญญาตรี B.Th. (Theology) สถาบันกรุงเทพคริสตศาสนศาสตร์ (1996)

ขอบคุณพระเจ้าที่มีโอกาสมาทํางานรับใช้ที่บีไอทีตลอด 23 ปีที่พระเจ้าทรงนําให้มีโอกาสได้รับใช้งานในหลาย ๆ ด้าน ประสบการณ์ด้านอนุศาสกในโรงเรียน การเป็นศิษยาภิบาลทั้งคริสตจักรใหญ่ และคริสตจักรเล็ก การมีส่วนในการอภิบาล การบริหารคริสตจักร รวมทั้งการเป็นกรรมการพันธกิจอภิบาลชีวิตคริสเตียน สภาคริสตจักรในประเทศไทย ข้าพเจ้าเชื่อว่า พระเจ้าทรงเตรียมชีวิตของข้าพเจ้าผ่านงานรับใช้เหล่านี้เพื่อนําประสบการณ์ทั้งหมดมาแบ่งปันสอน และหนุนใจนักศึกษาในการรับใช้และการ ตระเตรียมตัวเอง เป็นผู้รับใช้ของพระเยซูคริสต์

เข้ามาสู่การรับใช้ที่สถาบันบีไอทีได้อย่างไร?

ตั้งแต่จบการศึกษาระดับศาสนศาสตร์ตรี (B.Th) ผู้บริหารบีไอที่ได้เตรียมข้าพเจ้าให้เป็นบุคลากรที่จะกลับมาร่วมรับใช้ในอนาคต โดยให้โอกาสหาประสบการณ์การรับใช้ในคริสตจักรก่อน แต่เมื่อเวลาผ่านไปข้าพเจ้าชอบและรักในการอภิบาล ดูแลสมาชิกในคริสตจักร อยากเป็น “ศิษยาภิบาล” ในหลายครั้ง ๆ ทางสถาบันฯ เรียก ให้กลับไปร่วมรับใช้ แต่ข้าพเจ้ายังไม่พร้อมที่จะไปทํางานเต็มเวลาที่สถาบันฯ จึงเข้ามาเป็นอาจารย์พิเศษ เข้ามาสอนบางวิชาและยังคงรับใช้ในคริสตจักรเต็มเวลา

และในที่สุดเวลาของพระเจ้าก็มาถึง ทางสถาบันฯได้ติดต่อข้าพเจ้าเข้ามาดูแลนักศึกษา ซึ่งก่อนหน้านั้น ศจ.วเรศ ราชรักษ์ (สามี) ได้รับการติดต่อให้ทํางานเป็นผู้ประสานงานคริสตจักร ภาค 7 และสํานักงานอยู่ที่สถาบันฯ ทําให้ข้าพเจ้าเห็นการทรงนําและการจัดเตรียมของพระเจ้าชัดขึ้น และมีคําถามในใจกับตัวเองว่า “เราจะหนีการทรงเรียกของพระเจ้าไปอีกนานแค่ไหน คงถึงเวลาของพระเจ้าแล้ว” ในที่สุดข้าพเจ้าก็ตัดสินใจมาทํางานที่สถาบันฯทําหน้าที่ในฝ่ายพัฒนานักศึกษา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ทางสถาบันมีความต้องการคนที่จะเข้ามารับใช้ในด้านนี้

เมื่อเข้ามาทํางานในสถาบันฯ มีโอกาสได้รู้จักและใช้เวลากับนักศึกษามากขึ้น จึงทําให้มีภาระใจอยากจะสอน อยากจะแนะนํา อยากช่วย และรักที่จะดูแลพวกเขา เพราะสัมผัสได้ว่าเขาต้องการการดูแลและคนที่ให้เวลากับพวกเขาจริง ๆ 

งานในฝ่ายพัฒนานักศึกษามีอะไรบ้าง?

ดูแลเกือบทุกด้านที่เกี่ยวกับชีวิตนักศึกษา ทั้งร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ จัดเตรียมกิจกรรม และโครงการเสริมสร้างนักศึกษาให้ เป็นผู้นําฝ่ายวิญญาณ เสริมสร้างนักศึกษาให้มีมาตรฐานการรับใช้ที่มีคุณภาพ เช่น การส่งนักศึกษาฝึกปฏิบัติงานในพันธกิจคริสตจักรระหว่างสัปดาห์ การฝึกเทศนา การนํานมัสการ และศาสนพิธี เป็นต้น รวมถึงให้คําปรึกษาและแนะนําการดําเนินชีวิตตามหลักพระวจนะของพระเจ้า เรียกได้ว่า ดูแลตั้งแต่ตื่นนอน จนถึงขึ้นหอพักนอน งานนอกเหนือจากนี้ก็จะมีการสอนบางวิชา เป็นที่ปรึกษาของนักศึกษาทั้งระดับ ปริญญาตรี และระดับโท (M.Div.) และงานอื่น ๆ ที่ได้รับมอบหมาย

การเป็นศิษย์เก่าบีไอที ส่งเสริมการทํางานด้าน พัฒนานักศึกษาอย่างไร?

การเป็นศิษย์เก่าเป็นประโยชน์อย่างมาก สามารถสื่อสารกับนักศึกษาได้อย่างเต็มปากว่าเราเป็นรุ่นพี่ ซึ่งเป็นการเปิดประเด็นในการสนทนา นักศึกษาอยากรู้มากขึ้นว่าจบรุ่นไหน ตอนนั้นเป็นอย่างไร เวลาเจอปัญหาหรือท้อแท้ใจ ทําอย่างไร ฯลฯ เราสามารถแบ่งปันประสบการณ์ตอนเป็นนักศึกษา การเรียน การฝึกงาน และการใช้ชีวิตในสถาบัน เมื่อได้พูดคุยทําให้นักศึกษาไว้วางใจและเปิดใจมากขึ้น ทําให้เขารู้สึกว่าเราเข้าใจเขา เมื่อได้ดูแลนักศึกษาก็ทําให้เข้าใจความรู้สึก และสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับเขา

นอกจากนี้งานด้านพัฒนานักศึกษาต้องติดตามศิษย์เก่า เข้าร่วมกิจกรรมและเชิญศิษย์รุ่นพี่มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การรับใช้และหนุนใจน้อง ๆ ยิ่งกว่านั้นการติดต่อคริสตจักรที่ฝึกงาน และการประชาสัมพันธ์หาเยาวชน และนักศึกษาเข้ามาเรียนในสถาบันฯ ซึ่งเครือข่าย ในศิษย์เก่าเป็นกําลังสําคัญมาก จึงทําให้การที่เราเป็นศิษย์เก่าเอื้อต่องานรับใช้ของข้าพเจ้า

บีไอทีกับภาพฝันที่อยากเห็นอยากเห็น

ภาพแห่งความเป็น “ครอบครัว” บีไอทีมีทั้งคณาจารย์ เจ้าหน้าที่ นักศึกษา ที่อยู่ร่วมกันในรั้วสถาบันเดียวกัน เป็นครอบครัวแห่งความรัก ความอบอุ่น ความเข้าใจ ดูแลกันและช่วยเหลือกันและกัน ทั้งการเรียน การรับใช้ ทั้งในยามทุกข์ หรือสุข ท้อแท้ หรือประสบความสําเร็จ ตั้งแต่ข้าพเจ้ามารับใช้ที่บีไอที (4 เดือน) มีหลาย ๆ อย่างที่ประทับใจ แต่ที่ประทับใจที่สุด คือ “ช่วงฝึกเทศนาของนักศึกษา” ในช่วงเย็นวันอังคารและเย็นวันพฤหัส ไม่ว่าเพื่อนคนไหนจะขึ้นเทศนา จะมีเพื่อนๆ ของชั้นปีนั้น มานั่งแถวหน้า บางครั้งใส่เสื้อสูท จัดเต็มมาเป็นกําลังใจแก่เพื่อน บางครั้งก็มีบทเพลงสรรเสริญร้องก่อนที่จะมีการเทศนา ส่งยิ้มให้กับเพื่อนที่เทศนา พอเพื่อนเทศนาเสร็จก็เดินเข้ามาจับมือให้กําลังใจนี่เป็นภาพที่ข้าพเจ้าเห็น และมีความสุขใจมาก เพราะทําให้เราเห็นภาพแห่งความรัก กําลังใจ ความเข้าใจ สิ่งที่นักศึกษาทํา ทําให้ข้าพเจ้า”ยิ้มได้ และ มีความสุขมาก”

และภาพที่อยากเห็นที่สุดคือ เมื่อนักศึกษาจบออกไป เขาจะเป็นศิษยาภิบาลที่มีประสิทธิภาพ เป็นคนงานที่ใช้พระวจนะของพระเจ้าอย่างถูกต้องเป็นพันธกรของพระเยซูคริสต์ที่เกิดผล เป็นผู้ประกาศข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์ เป็นผู้เลี้ยง เป็นผู้นําที่ดีด้านชีวิตจิตวิญญาณ ข้าพเจ้าเชื่อว่านักศึกษาได้รับการฝึกฝนวินัยตามหลักการ 3 self คือการปกครองตนเอง (Self-Govern) มีความริเริ่มด้วยตนเอง (Self-initiate) และให้เกียรติแก่ตนเอง (Self- respect) และเชื่อว่า ข้อพระคัมภีร์ประจําสถาบัน ใน 2 ทิโมธี 2:15 จะช่วยให้นักศึกษาเป็นผู้รับใช้ที่มีประสิทธิภาพ และเป็นผู้รับใช้มืออาชีพ ที่ “สําแดงตนว่าได้ รับการทรงพิสูจน์แล้ว เป็นคนงานที่ไม่ต้องอาย ใช้พระวจนะความจริงอย่างถูกต้อง” 

นอกจากสิ่งที่อยากจะเห็นในนักศึกษาแล้ว ยังอยากจะเห็น ทีมงาน บุคลากรทุก ๆ ท่านทํางานร่วมกัน ให้กําลังใจกัน ช่วยกันเสริมสร้างกันและกัน ร่วมกันสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นให้กับบุคลากร ทีมงาน และนักศึกษา การพูดให้ กําลังใจกัน เพราะเราเป็น “ครอบครัวบีไอที”

ในส่วนของข้าพเจ้าจะทําหน้าที่ที่พระเจ้าได้มอบหมายใน “ฝ่ายพัฒนานักศึกษา” อย่างดีที่สุด เพื่อพระเจ้าและสถาบันฯ “ข้าพเจ้าแน่ใจว่า พระองค์ผู้ทรงตั้งต้นการดีไว้ในพวกท่านแล้ว จะทรงกระทําให้สําเร็จจนถึงวันแห่งพระเยซูคริสต์” (ฟีลิปปี 1:6)

สุดท้ายนี้ อยากให้ผู้อ่านทุกท่านได้เห็นคุณค่าและความสําคัญของสถาบันที่สร้างผู้รับใช้ของพระเจ้าออกไปสู่คริสตจักรต่าง ๆ ในการทําตามพระมหาบัญชาของพระเยซูคริสต์ ขอให้ท่านได้มีส่วนร่วมในการอธิษฐานเพื่อสนับสนุนด้านปัจจัยต่าง ๆ และส่งเสริมบุตรหลานเข้ามาเรียนในสถาบันพระคริสตธรรม เพื่อเป็นผู้รับใช้ของพระเยซูคริสต์