เต็มเปี่ยมด้วยความยินดี เติบโตสู่อารมณ์ฝ่ายวิญญาณ

ความยินดี (Joy) เป็นอารมณ์ที่มีพลังขับเคลื่อนสูงสุด อยู่บนพื้นฐานของความรัก ความเมตตา อิสรภาพ ความพึงพอใจต่อสถานการณ์ที่ท้าทาย และใจสํานึกแห่งการขอบคุณ ความยินดีแสดงถึงสุขภาพทางอารมณ์ที่เข้มแข็งจากภายในโดยมีผลลัพธ์คือสันติสุข ความมั่นใจ ความหวัง การมองโลกในแง่ดี ทัศนคติเชิงบวก ความกระตือรือร้น และมีชีวิตชีวา

“ความยินดีจงมีแก่โลกนี้” (Joy to the World) เป็นคำป่าวประกาศของทูตสวรรค์ในวันบังเกิดของพระเยซูคริสต์ เพราะพระองค์คือความยินดีสําหรับโลกนี้ โหราจารย์เปรมปรีดิ์ยิ่งที่ได้พบพระกุมารเยซูนอนในรางหญ้า (ลูกา 2:10, มัทธิว 2:10) อัครทูตเปาโลแสดงจุดยืนอย่างหนักแน่นว่าความยินดี ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นความจําเป็นของชีวิตที่ต้องมี “จงชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้าทุกเวลา ข้าพเจ้าขอย้ําอีกครั้งว่าจงชื่นชมยินดีเถิด” (ฟีลิปปี 4:4) และความยินดีเป็นผลของพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่ผู้เชื่อในพระคริสต์ที่ต้องสําแดงออก (กาลาเทีย 5:22)

“ความยินดี” เป็นคําสําคัญที่ถูกกล่าวถึงมากกว่า 356 ครั้งในพระคริสตธรรมคัมภีร์ โดยใช้คําว่า “ยินดี” (Joy) 158 ครั้ง และ “ชื่นชมยินดี” (Rejoice) 198 ครั้ง และยิ่งกว่านั้นยังมีคําอื่น ๆ ที่แสดงออกถึงความยินดี เช่น ร่าเริง เปรมปรีดิ์ และดีใจ เป็นต้น (Hooser, 2008)

รู้จักอารมณ์

อารมณ์คือความสามารถที่จะรู้สึก เป็นพลังงานขับเคลื่อนเป็นความสามารถพื้นฐานที่มาพร้อมชีวิตที่ถูกสร้างตามพระฉายา เคลื่อนไหวและแสดงออกทั้งพลังเชิงบวกหรือภาวะสุข (state of bliss) เช่น สดใส ร่าเริง สร้างสรรค์ ไว้วางใจ เชื่อใจ หวังใจ และพลังเชิงลบ หรือภาวะทุกข์ (state of suffering) คือมองโลกในแง่ร้าย สับสน ไม่มั่นคง กังวล บ่นว่า ท้อแท้ ขมขื่น เกลียดชัง หดหู่ ซึมเศร้า โดดเดี่ยว แห้งแล้ง และว่างเปล่า เป็นต้น ทุกคนเผชิญกับภาวะอารมณ์ตามการตอบสนองของร่างกายต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ ในชีวิต ซึ่งเป็นการเติมเต็มความต้องการพื้นฐาน อารมณ์เป็นพลังงานที่ผลักดันให้คนทําสิ่งต่าง ๆ โดยการใส่ความหมายและให้ความสําคัญ (Bradshaw, 2010) นักจิตวิทยาแบ่งระดับอารมณ์ตามการขับเคลื่อนหรือแรงสั่นสะเทือนดังนี้

ยินดี รัก ขอบคุณ อิสรภาพ +10
ชีวิตชีวา สนุกสนาน +9
กระตือรือร้น มีความสุข +8
มั่นใจ +7
มองโลกในแง่ดี ไว้วางใจ +6
เข้มแข็ง +5
มีความหวัง +4
อุทิศตน มีแรงบันดาลใจ +3
พึงพอใจ สบายใจ +2
สุขใจ วงบใจ +1
ผ่อนคลาย 0
หมางเมิน เฉื่อยชา -1
มองโลกในแง่ร้าย ไม่อดทน -2
สับสน ขุ่นเคือง -3
ท่วมท้น หวาดหวั่น -4
เบื่อหน่าย สงสัย -5
กังวล บ่นว่า -6
ท้อแท้ วุ่นวายใจ -7
โกรธ แก้แค้น ขาดแคลน -8
อิจฉา เกลียดชัง -9
กลัว รู้สึกผิด ไร้ค่า ซึมเศร้า -10

มนุษย์เป็นพลังงานมีชีวิตที่มีการสั่นสะเทือน อวัยวะในร่างกายล้วนสั่นสะเทือนด้วยความถี่ที่แตกต่างกันและมีปฏิสัมพันธ์กับพลังสั่นสะเทือนอื่น ๆ ที่อยู่ล้อมรอบตลอดเวลา วงการแพทย์ใช้เครื่องมือวัดพลังสั่นสะเทือนเพื่อการรักษาโรค เช่น เครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เครื่องตรวจคลื่นสมอง และเครื่องตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เป็นต้น ดังนั้น อารมณ์ในมนุษย์จึงเป็นพลังงานที่สั่นสะเทือนตามกฎของควอนตัมฟิสิกส์หรือแรงโน้มถ่วง เพราะทุกสิ่งในโลกเป็นเครือข่ายโยงใยสัมพันธ์กันตามการสั่นสะเทือนที่มีความถี่เหมือนหรือสอดคล้องกัน การปรับจูนอารมณ์ให้ตรงคลื่น คือ ความสามารถควบคุมพลังสั่นสะเทือนภายในให้เป็นพลังที่ดีที่สมดุล อีกทั้งสามารถเชื่อมโยงกับพลังสั่นสะเทือนที่ดีจากภายนอก ทําให้ชีวิตเข้มแข็งและมีพลังเสมอ (Hicks, 2014)

เข้าใจอารมณ์

ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือการแสดงออกอย่างเหมาะสม รู้วิธีการจัดการกับความรู้สึกที่เกิดขึ้น อารมณ์เป็นมากกว่าการตอบสนองตามสถานการณ์ แต่คือการกําหนดทิศทางชีวิต ทุกคนเป็นเจ้าของอารมณ์ และเป็นผู้กําหนดให้อยู่ในทิศทางใด และคุณภาพชีวิตมักขึ้นอยู่กับคุณภาพทางอารมณ์ (Robbins, 2013) ทฤษฎีอารมณ์ 90 วินาที (Taylor, 2006) เชื่อว่าทุกอารมณ์เกิดขึ้นและคงอยู่ภายใน 90 วินาที ตามหลักการทํางานของสารเคมีต่าง ๆ ในสมอง มนุษย์เป็นผู้ควบคุมอารมณ์ได้ว่าจะให้มีอิทธิพลต่อตนเองแค่ไหน

การจํากัดอารมณ์ลบ “โกรธได้ แต่อย่าทําบาป จนตะวันตกดินยังโกรธอยู่” และ “จงให้ใจขมขื่น ใจขัดเคืองใจโกรธ การทะเลาะเถียงกัน และการพูดให้ร้ายกับการคิดปองร้ายทุกอย่างอยู่ห่างไกลจากท่านเถิด” (เอเฟซัส 4: 26, 31) ไม่ผิดหรือบาปหากจะโกรธ แต่คือการปลดปล่อยและระบายความรู้สึกคับแค้น และความไม่พึงพอใจภายใน แต่ต้องตระหนักว่าเมื่อใดก็ตามที่โกรธ ต้องไม่ปล่อยให้อารมณ์ดําดิ่งเกินกว่า 90 วินาที ที่จะนําไปสู่อารมณ์ด้านลบอื่น ๆ เช่น ความขมขื่นใจ และการแก้แค้น เป็นต้น

การเพิ่มขยายอารมณ์สุข สามารถทําได้ในทํานองเดียวกันด้วยการจดจ่อมากขึ้น ใช้เวลากับความรู้สึกดีๆ เพิ่มขยายจาก 90 วินาทีอีกครั้งแล้วครั้งเล่า ทําให้อยู่ในบรรยากาศของความยินดี และความสุข การให้อภัยคือหนทางหนึ่งของการยกระดับจิตใจให้อยู่ในทิศทางบวกผ่านมุมมองแห่งความรักและความเข้าใจ พระเยซูคริสต์ตรัสว่า แม้พี่น้องทําผิดไม่เพียงแค่ยกโทษแค่วันละครั้ง แต่อาจต้องมากถึงวันละเจ็ดครั้ง (ลูกา 17:3-4) การให้อภัยไม่เพียงแค่การให้โอกาสต่อคนที่ทําผิด แต่ที่สําคัญคือ ใจของผู้ให้อภัยเป็นอิสระจากกับดักของอารมณ์ขุ่นมัวและสภาพใจเชิงลบ และเจ็ดสิบคูณด้วยเจ็ดที่ยกโทษ (มัทธิว 18:21-22) คือใจเป็นสุขมากขึ้น เต็มล้นด้วยความยินดี

อารมณ์กับการเติบโตฝ่ายวิญญาณ

สุขภาพทางอารมณ์คือตัวชี้วัดระดับจิตวิญญาณ เป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณในขณะที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะทางอารมณ์ (Scazzero, 2006) ความกลัวเป็นอารมณ์ต่ําสุดที่เกิดจากภาวะเชิงลบต่าง ๆ สะสมบ่มเพาะภายในจิตใจ ทําให้ขาดพลังนําไปสู่ความเศร้า สิ้นหวัง และซึมเศร้า ในที่สุด ความกลัวเป็นนักฆ่าความยินดี และแย่งชิงใจเบิกบานไปจากชีวิตผู้คน “อย่ากลัวเลย” จึงเป็นคําสําคัญที่ถูกกล่าวถึง 365 ครั้งในพระคริสตธรรมคัมภีร์ (Warren, 2016) ในยุคดิจิทัลอัตราของคนที่ฆ่าตัวตายจากโรคซึมเศร้า มีมากกว่าสถิติการตายจากการสู้รบในภัยสงคราม ผู้คนให้ความสนใจดูแลความปลอดภัยอุบัติภัยจากภายนอก แต่แท้จริงอารมณ์เชิงลบภายในสามารถทําลายชีวิต การป่วยใจคือปัญหาทางอารมณ์ที่ทําลายทั้งสุขภาพกายและเป็นอุปสรรคต่อชีวิตฝ่ายวิญญาณ

“อย่ากลัวเลย แต่จงยินดี” คือการก้าวข้ามจากอารมณ์ต่ําสุดสู่สูงสุด เป็นรูปแบบที่พระเจ้าใช้กับบุคคลเพื่อกระทําพระราชกิจของพระองค์ที่เฉพาะเจาะจงและยิ่งใหญ่ ความยินดีจึงไม่ขึ้นอยู่กับเหตุการณ์และวิกฤตการณ์ แต่เกิดจากความรู้สึกมั่นคงภายในที่รับรู้ได้ว่าไม่อยู่ตามลําพัง หรือถูกทอดทิ้งอย่างโดดเดี่ยว “เราอยู่กับเจ้า” จึงเป็นคําสําคัญที่อยู่ระหว่างสองความรู้สึกนี้ มารีย์สาวพรหมจารี “กลัว” การตั้งครรภ์โดยเดชพระวิญญาณบริสุทธิ์ แต่ในที่สุดจิตวิญญาณของเธอ “เปรมปรีดิ์” เพราะเธอรับรู้ได้ว่าองค์พระผู้เป็นเจ้า “สถิตอยู่” กับเธอ และเธอกลายเป็นมารดาของพระเป็นเจ้า (ลูกา 1:28, 47) เนหะมีย์โศกเศร้าและ “กลัวมาก” เมื่อทราบว่าเยรูซาเล็มร้างเปล่าและประตูเมือง ถูกเผาทําลาย การกลับไปรวบรวมผู้คนที่เหลือเพื่อซ่อมแซมเป็นเรื่องยาก พบทั้งอุปสรรคและการต่อต้าน แต่ท่านมั่นใจการ “ประทับอยู่” ของพระเจ้า จึงนําความยินดียิ่งมาสู่ประชากรอิสราเอล และได้ประกาศว่า “ความยินดี” ในพระเจ้าเป็นกําลังที่พาใจออกจากความกลัว และทํางานที่ยิ่งใหญ่ให้สําเร็จได้ (เนหะมีย์ 2:1-4, 8, 8:10) ความยินดีเป็นความรู้สึกที่สมองด้านอารมณ์รับรู้และตระหนักว่ามีว่าใครสักคนที่ยินดีอยู่กับเรา (Wilder, 2013) และพระเจ้าคือผู้นั้นที่สัญญาว่า “จะอยู่กับเราเสมอ จนกว่าจะสิ้นยุค” (มัทธิว 28:20)

เติบโตสู่อารมณ์ฝ่ายวิญญาณ

ผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณคือผู้ที่แกร่ง กล้า กระตือรือร้น และมีชีวิตชีวาจากการก้าวผ่านอารมณ์เชิงลบและความไม่สมบูรณ์ต่าง ๆ ของชีวิต และพัฒนาสู่ความมั่นคงทางอารมณ์ การเติบโตสู่อารมณ์ ฝ่ายจิตวิญญาณทําได้ดังนี้คือ

  1. รับมือกับอารมณ์เชิงลบได้อย่างเหมาะสม ยอมรับการสูญเสีย ความกลัว ความผิดหวัง และความอ่อนแอ ตระหนักและรับรู้ถึงความรู้สึกภายในที่เกิดขึ้นโดยไม่ปฏิเสธ หลีกเลี่ยงหรือเก็บกด แต่สามารถแบ่งปันและจัดการในทางที่นําไปสู่การเติบโตสู่ตนเองและผู้อื่น
  2. เปิดรับต่อความเจ็บปวดและปัญหาความขัดแย้งจากบาดแผลในอดีตที่มีผลกระทบในปัจจุบัน ใช้เวลาใคร่ครวญ และทบทวนความหมายที่ซ่อนอยู่ เชื่อมโยงกับตัวตนในวันนี้ รับรู้ว่าทุกประสบการณ์สร้างชีวิต เป็นพลังแข็งแกร่งจากภายใน
  3. จดจ่อในตัวตนที่ตนต้องการ “จงขอแล้วจะได้…” ฝึกใจให้จดจําภาพที่ตนเองต้องการเป็น เช่น แกร่ง เข้มแข็ง ยินดี มั่นคง เห็นตนเองมีสุขภาวะเชิงบวกและมีคุณลักษณะที่ดี เชื่อมั่นในตนเองและก้าวสู่เป้าหมายนั้น
  4. เลือกและตัดสินใจใช้ชีวิตเชิงบวกทุกวัน ขอบคุณลมหายใจ ชื่นชมความงามของธรรมชาติ ฟังเสียงดนตรีที่แผ่วเบา ลิ้มรสความอร่อยและสัมผัสกับกลิ่นหอม ความสุขและความยินดีกับคนที่อยู่ล้อมรอบทุกอย่าง ขึ้นอยู่ที่ทัศนคติและมุมมอง
  5. ใช้ภาษาท่าทาง (Psychological Gesture) ในภาวะวิกฤตทางอารมณ์ ภาษากายสามารถเปลี่ยนอารมณ์จากที่ดําดิ่งในความโกรธ เครียด หรือเศร้า ให้สลับขั้วทางอารมณ์โดยใช้ภาษากาย เพราะใจไม่สามารถโศกเศร้าได้ในท่าทางที่เบิกบาน พาใจสู่ความยินดี ดังคํากล่าวของผู้เขียนสดุดี “สรรเสริญพระเจ้าด้วยการเต้นรํา”

เพิ่มพื้นที่ใจให้ยินดี ใช้ชีวิตด้วยความยินดี และแบ่งปันความยินดี !


อ้างอิง

  • Bradshaw, J. (2009) Reclaiming Virtue. Random House USA Inc. New York, United States.
  • Hicks, A. (2014), Emotional guidance scale. https://moclar.com/wp-content/uploads/2019/01/MoClar-Vibration- Diagram_AH.pdf
  • Hooser, D. (2008). Joy: Foundation for a Positive Life edited and adapted for our study by Jim Manchester. https://www. stjohnsmcc.org/new/FruitOfTheSpiritStudy/Joy-Peace.php
  • Robbins, T. (2013). The quality of your life is the quality of where you live emotionally. http://piersmorgan.blogs.cnn. com/2013/01/25/tony-robbins-on-happiness-the-quality-of-your-life-is-the-quality-of-where-you-live-emotionally/
  • Scazzero, P. (2006). The emotionally healthy spirituality. Grand Rapids. Michigan: Zondervan.
  • Taylor, J. (2009). My Stroke of Insight: a brains scientist’s personal journey, New York: Penguin Group.
  • Warren, R. (2016). Why God Encourages Christians to Fear Not 365 Times in the Bible. https://www.christianpost.com/ news/rick-warren-why-god-encourages-christians-to-fear-not-365-times-in-the-bible.html
  • Wilder, J. (2013). Joy starts here. East Peoria, IL: Shepherd’s House,