เติบโตไปกับการเรียนรู้ ฝึกฝนชีวิต และพัฒนาทักษะการรับใช้ในรั้วบีไอที

ดิฉันเป็นชาวพม่า เกิดในครอบครัวที่ไม่ได้เป็นคริสเตียน และอาศัยอยู่ในหมู่บ้านที่ไม่มีพี่น้องคริสเตียน ดิฉันเติบโตขึ้นในสังคมที่ต่างความเชื่อ ต่างศาสนา นั่นจึงทําให้เกิดความสงสัย และมักจะมีคําถามอยู่เสมอว่า “โลกใบนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ หรือมีคนสร้างขึ้นมา” ดิฉันได้แต่เก็บคําถามและความสงสัยเอาไว้ และไม่เคยได้รับคําตอบ

จนกระทั่งในปี 2008 มีพายุใหญ่เกิดขึ้นที่ประเทศพม่า มีผู้เสียชีวิตเป็นจํานวนมาก ส่วนผู้ที่รอดมาได้ก็เหลือแค่เพียงชีวิต ครอบครัวของเราก็ได้รับผลกระทบจากพายุนั้นเช่นกัน เราสูญเสียทรัพย์สินทุกอย่างไป ส่งผลให้ครอบครัวไม่สามารถสนับสนุนทุนการศึกษาของดิฉันได้ คุณพ่อจึงตัดสินใจส่งดิฉันไปอาศัยอยู่กับคุณป้าที่ย่างกุ้ง ตอนนั้นดิฉันอายุประมาณ 15 ปี ต้องช่วยงานบ้านของคุณป้า เพื่อท่านจะสนับสนุน ทุนการศึกษา ดิฉันเรียนพร้อมกับทํางานหลายอย่างไปพร้อม ๆ กัน นับว่าเป็นสิ่งที่หนักมากสําหรับเด็กในวัยนี้ หลังจากนั้นคุณพ่อส่งดิฉันไปอยู่ที่คริสตจักรแห่งหนึ่งที่ให้การช่วยเหลือและสนับสนุนทุนการศึกษาสําหรับเด็กด้อยโอกาส จากเหตุการณ์พายุที่เกิดขึ้น ด้วยพระคุณของพระเจ้า คริสตจักรแห่งนั้นตกลงรับดิฉันไว้ในการดูแล ตั้งแต่นั้นมาดิฉันได้เรียนรู้และสัมผัสได้ถึงความรักของพระเจ้าผ่านทางอาจารย์ และถ้อยคําหนุนใจจากเพื่อน ๆ ที่อาศัยอยู่ด้วยกัน และมีสิ่งหนึ่งที่ทําให้ดิฉันมั่นใจและเชื่อพระเจ้าคือ “พระคัมภีร์” คําถามที่ดิฉันเก็บไว้ในวัยเด็กก็ได้รับค่าตอบแล้วจากพระคัมภีร์ ไม่เพียงแต่พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่จะเป็นพระผู้สร้างโลกใบนี้ แต่พระองค์ทรงกระทําสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น นั่นคือ การสละพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ ทําให้ดิฉันเปลี่ยนชีวิตใหม่ตัดสินใจรับเชื่อพระเยซู และถวายตัวเพื่อรับใช้พระองค์ เพราะดิฉันต้องการจะบอกถึงความจริงที่ยิ่งใหญ่นี้ให้กับทุกคนได้ฟัง

หลังจากเรียนจบระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่ประเทศพม่า ศิษยาภิบาลที่ดูแลแนะนําให้ดิฉันเรียนพระคัมภีร์ เพื่อร่วมทําพันธกิจในประเทศไทย และดิฉันตอบตกลงในทันที นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ดิฉันเรียนในโรงเรียนพระคริสตธรรมเป็นครั้งแรก ดิฉันเข้ามาเรียน โรงเรียนพระคริสตธรรมในประเทศไทย ฝึกพูดอ่าน และเขียนภาษาไทย โดยอาศัยอยู่กับภรรยาของศิษยาภิบาลที่มาทําพันธกิจกับคนพม่าในประเทศไทย

ขอบคุณพระเจ้า หลังจากที่สําเร็จการศึกษาที่โรงเรียนพระคริสตธรรมแห่งแรกไป พระเจ้าทรงนําดิฉันให้มาศึกษาต่อที่บีไอที เป็นการเติบโตอีกก้าวหนึ่งของการเตรียมชีวิต ฝึกฝนทักษะการรับใช้ และพัฒนาความรู้และความเข้าใจ เพื่อการรับใช้เพื่อนร่วมชนชาติในประเทศไทย ปัจจุบันดิฉันกําลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรีชั้นปีที่ 2 ถึงแม้ว่าหลาย ๆ ครั้ง จะเกิดความท้อแท้ ถูกคําดูหมิ่นเหยียดหยามจากเพื่อน ๆ และชาวบ้านที่พม่าว่าเป็นคนต่างศาสนา เชื่อศาสนาของฝรั่งต่างชาติ เรียนเยอะ แต่ยังไม่สามารถดูแล สนับสนุนค่าใช้จ่ายของครอบครัวได้ หลายครั้งที่คําพูดเหล่านี้พยายามดึงดิฉันให้ออกจากการรับใช้ แต่ทุกครั้งที่เกิดความคิดแบบนี้ขึ้นมา ความรู้สึกแรกที่อยากจะรับใช้ก็จะเข้ามาเตือนสติดิฉันอยู่เสมอ ทําให้กลับมาเข้มแข็งได้อีกครั้ง

ขอบคุณพระเจ้าสําหรับหนึ่งปีที่ผ่านมาในรั้ว BIT สถาบันที่เต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่นจากเพื่อน ๆ นักศึกษาและคณาจารย์ทุกท่าน ทุกเหตุการณ์ล้วนแล้วแต่ทําให้ดิฉันเข้มแข็งและชัดเจนในการทรงเรียกของพระเจ้ามากขึ้น และไม่ว่าจะต้องพบเจอปัญหาหรือ อุปสรรคอะไรก็ตาม ดิฉันยังคงมั่นใจในฤทธิ์อ้านาจของพระเจ้า และจะยืนหยัดในการรับใช้ตลอดไป