ผู้ริเริ่มหลักสูตร “ดนตรีคริสตจักร”

บทสัมภาษณ์ อาจารย์ ดร.วิภาต วิบูลย์ภาณุเวช

สถาบันกรุงเทพคริสตศาสนศาสนศาสตร์ (BIT) ได้ดําเนินการสอนวิชา “ดนตรีคริสตจักร” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ SOM ที่นําความรู้ด้านพระคัมภีร์และทักษะการรับใช้ และวันนี้ เรามาสัมภาษณ์ อ.ดร.วิภาต วิบูลย์ภานุเวช หรือ อ.แอม ถึงที่มาที่ไป และความสําคัญของวิชานี้

แนะนําประสบการณ์การทํางานและการรับใช้

ผมสําเร็จการศึกษาด้านดนตรีมา 3 ปริญญาครับ ตั้งแต่ปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก โดยเฉพาะด้านขับร้อง นอกจากการขับร้องแล้วก็จะมีการประสานเสียงและด้านดนตรีคริสตจักร ผมไปร่วมอบรมกับโครงการเสลาห์ ที่ Singapore Bible College สองครั้ง พร้อมกับเพื่อนๆ อีกหลายคนที่จบวิชาดนตรีคริสตจักรในหลักสูตร SOM ของ BIT

ประสบการณ์เรื่องการประสานเสียง ผมได้รับการอบรมที่อเมริกา ส่วนเรื่องของการร้องเพลง ไป workshop กับอาจารย์ที่อังกฤษ แต่จุดเปลี่ยนของผมในการรับใช้ก็จะเป็นที่รัสเซียครับ ถือว่าเป็นแม่แบบของผมเลย ถือว่าเป็นโรงเรียนเจ๋งที่สุด และเป็นเป็นจุดเปลี่ยนในเรื่องการผันตัวเข้าสู่ เย็บเต็นท์ด้วยและก็รับใช้ด้วย

หน้าที่การทํางานในปัจจุบัน ผมเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (มศว) และเป็นหัวหน้าสาขาวิชาดุริยางคศาสตร์สากล ดูแลเรื่องการร้องประสานเสียงและผลักดัน ให้หลักสูตรมีเรื่องของดนตรีคริสตจักรเพื่อนักศึกษาในมหาวิทยาลัยได้รู้จัก ผมได้นําเพลงนมัสการเพลงคริสต์มาสไปให้เขารู้จักและฝึกร้อง

ส่วนงานรับใช้ก็ดูแลคณะนักร้องและทีมนมัสการของคริสตจักรสะพานเหลืองที่ผมเป็นสมาชิกอยู่ แล้วก็ดูในส่วนของทีมนมัสการ รวมทั้งได้มีโอกาสร่วมรับใช้ในคริสตจักรต่างๆ เช่น คริสตจักรสาธร ไมตรีจิต แสงสว่าง และไปดูแลในนักร้องประสานเสียงและก็ทีมนมัสการครับ

แรงบันดาลใจที่ทําให้อาจารย์ให้ความสําคัญกับเรื่องของดนตรีคริสตจักร

ผมคิดว่าในการนมัสการ ผู้ประกอบศาสนพิธีและการเทศนา ผู้คือคนที่เรียนอย่างลงลึก เรียนอย่างจริงจัง ถวายตัวเองเข้ามา 4 ปี บางคน 6 ปีเพื่อจะได้รับความรู้จากสถาบันที่ได้รับมาตรฐาน เพื่อที่ไปดูแลคริสตจักรในเรื่องของการเลี้ยงดูการอภิบาลหรือการเทศนา อีกส่วนหนึ่งที่สําคัญไม่น้อยไปกว่าศาสนพิธีและการเทศนาเลยคือ เรื่องของดนตรี ผมได้สํารวจแบบคร่าว ๆ พบว่า คนที่เรียนจบในด้านดนตรีคริสตจักรในประเทศไทยมีไม่ถึง 20 คน (รวมคนที่เสียชีวิตแล้วด้วย) ต่อประชากรคริสเตียนหลายแสนคน ในวงการคริสเตียนคนที่เรียนดนตรีมีมากมาย แต่มีน้อยคนที่มีความรู้เรื่องดนตรีคริสตจักร ผมจึงมีภาระใจสร้างบุคลากรด้านดนตรีคริสตจักรเพิ่ม เพื่อการนมัสการพระเจ้าจะเป็นไปตามพระวจนะของพระเจ้ามากขึ้น อีกความหวังของผมคือ การที่มีผู้เรียนที่มีความสามารถด้านดนตรีถวายตัวศึกษาต่อด้านดนตรีคริสตจักรอย่างจริงจัง เพื่อนํามาเสริมสร้างการนมัสการในประเทศไทยต่อไป

ดนตรีคริสตจักรมีจุดเด่นอย่างไร

ดนตรีคริสตจักร ประกอบไปด้วย 3 ส่วน

  1. ทักษะทางดนตรี
  2. ศาสนศาสตร์
  3. การอภิบาล

ผ่านทางดนตรีทั้ง 3 ส่วน เป็นส่วนที่ประกอบขึ้นมาเป็นดนตรีคริสตจักร ในต่างประเทศ เช่น อเมริกา ยุโรป จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย ในคริสตจักรขนาดกลางไปจนถึงขนาดใหญ่ก็จะมีตําแหน่งศิษยาภิบาลด้านดนตรีคริสตจักรโดยเฉพาะ ซึ่งผู้ที่มารับตําแหน่งนี้จะต้องเรียนจบด้านดนตรีคริสตจักรมาโดยตรง

ความแตกต่างคือ ไม่เพียงแต่ทักษะทางดนตรีที่เป็นเลิศ แต่มีเรื่องของรูปแบบหรือพิธีการที่ต้องทําด้วยความเข้าใจในพระวจนะอย่างแท้จริง และสัมผัสได้ผ่านการนมัสการ ซึ่งเปรียบได้กับอาหารมื้อพิเศษที่ถูกเตรียมอย่างพิถีพิถัน แต่หากไม่มีความรู้เรื่องดนตรีคริสตจักรอย่างแท้จริงแล้ว การนมัสการจะเน้นหนักไปที่ดนตรี อารมณ์ทางดนตรี การเข้าออกของดนตรี ความดังเบาของดนตรี การนมัสการอาจกลายเป็นอาหารจานด่วนได้

ผู้เรียนจะได้รับอะไรจากการเรียนดนตรีคริสตจักร

สิ่งที่สําคัญที่สุดที่ผู้เรียนสามารถคาดหวังได้เลยคือ การนมัสการบนพื้นฐานพระคัมภีร์ เมื่อผมมีโอกาสเห็นการนมัสการที่มีความหมาย ซึ่งกินความพระคัมภีร์ตลอดทั้งเล่มจึงเกิดภาระใจที่อยากจะถ่ายทอด เพื่อให้การนมัสการพระเจ้าในประเทศไทยอยู่บนพื้นฐานของพระคัมภีร์อย่างแท้จริง เช่น ผู้นํานมัสการมักจะพูดว่า “เรานมัสการพระเจ้าด้วยจิตวิญญาณและความจริง” หากได้รับการอบรมกับ BIT เราก็จะรู้ว่าการนมัสการไม่ได้กินความแค่ว่า การนมัสการด้วยวิญญาณและความจริง หรือรูปแบบเป็นเช่นไร แต่ผู้เรียนจะได้เห็นว่าการนมัสการในพระคัมภีร์พันธสัญญาเดิมและใหม่เป็นอย่างไร เช่น ในปฐมกาล ในพระธรรมสดุดี การนมัสการของเปาโลในคุก การนมัสการบนฟ้าสวรรค์ ในวิวรณ์เป็นอย่างไร แล้วจึงนําให้เห็นภาพของการนมัสการอย่างลงตัว ไม่เช่นนั้น ผู้นํานมัสการอาจเห็นเพียงว่าการนมัสการคือกลอง กีต้าร์ เบส คีย์บอร์ด และความยาวของการนมัสการ 15 นาทีครึ่งชั่วโมง ซึ่งผมคิดว่า ดนตรีคริสตจักรจะทํางานอย่างเต็มศักยภาพในการรับใช้พระเจ้า

บางทีคริสเตียนใช้ดนตรีเป็นเครื่องมือในการดูดใจ ซึ่งสําหรับผม ผมคิดว่ามันอันตราย วิชาดนตรีคริสตจักร จึงออกแบบมาเป็น 3 ส่วน คือ ด้านดนตรี ด้านศาสนศาสตร์ และด้านการอภิบาล หากไม่มีพื้นฐานแล้ว คริสตจักรอาจตัดสินใจจ้างนักดนตรีเพื่อการนมัสการดี ๆ หรือเสียเงินค่าเครื่องเสียงอย่างมหาศาลและเกินกําลังของคริสตจักร

ซึ่งวิชาดนตรีคริสตจักรนี้ เราจัดเป็นคอร์สยาว เพื่อให้ได้ความรู้และทักษะอย่างเต็มที่ และหาเรียนที่ไหนไม่ได้ เช่น การเรียนสดุดีทั้งเล่ม และพระวจนะตอนอื่น ๆ โดยเจาะเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการนมัสการเป็นพิเศษ

การตอบสนองของผู้เรียน

ขอบคุณพระเจ้าที่การเปิดวิชาดนตรีคริสตจักรร่วมกับ BIT ได้เป็นพรต่อผู้เรียนมากกว่า 150 คน หลากหลายวัย อายุน้อยสุด 12 ปี ไปจนถึงวัยเกษียณ มาจากคริสตจักรหลากหลายสังกัด ทําให้การพูดคุยมาจากหลายมุมมองผู้เรียนมีทั้งผู้สําเร็จการศึกษาด้านดนตรีโดยตรง และด้านอื่น ๆ รวมทั้งศาสนศาสตร์

จากการพูดคุยกับผู้เรียน การตอบสนองค่อนข้างดี ส่วนใหญ่จะประทับใจในการเน้นเนื้อหาของพระคัมภีร์ ทําให้เห็นภาพว่า จริง ๆ แล้วการนมัสการในพระคัมภีร์มีความหมาย รูปแบบ และท่าทีอย่างไร ผู้เรียนบางคนเรียนแล้ว กลับมาขอเรียนเพิ่มในบางชั่วโมงที่เนื้อหาไม่เหมือนคอร์สแรก บางคนประทับใจในการสํารวจสภาพจริงในการนมัสการแล้วนํามาอภิปราย เช่น คําว่า “ให้การนมัสการพระเจ้าเป็นของพระเจ้า” โดยผู้เรียนไปสังเกตดูการนมัสการในคริสตจักรว่า การนมัสการเป็นของพระเจ้าหรือไม่

เนื้อหาวิชาและทีมอาจารย์ผู้สอน

ทีมอาจารย์ผู้สอน เป็นคนที่อยู่ในแวดวงดนตรี และก็จบทางด้าน Church Music มาจริง ๆ และ มีประสบการณ์ระดับประเทศ พร้อมกับความรู้ด้าน ดนตรีคริสตจักรครบทุกด้านจริง ๆ

อาจารย์มีแผนจะพัฒนาเพิ่มเติม หรือต่อยอดวิชาดนตรีคริสตจักรไปอีกมั้ยคะ

ต้องแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือ สาระสําคัญหลักที่จําเป็นต้องเปิดสอนทุกครั้ง เนื่องจากเป็นพื้นฐานความรู้ และส่วนที่ 2 คือ ส่วนที่เรามีการพัฒนาตลอดเวลา ปรับตามที่ชุมชนคริสตจักรต้องการ เช่น การแต่งเพลง การดูแลคณะนักร้อง การฟังดนตรี เป็นต้น

โปรโมทมากันขนาดนี้แล้ว จะเปิดคอร์สอีกครั้งเมื่อไหร่คะ

รอพบกันในปี 2023 ครับ สามารถติดตามข่าวสารได้ทาง Facebook “สถาบันกรุงเทพคริสตศาสนศาสตร์” ได้เลย หากท่านใดมีหัวข้อที่สนใจอยากให้เราเปิดสอนเพิ่มเติมสําหรับคอร์สหน้า สามารถ Inbox มาทางเพจนี้ได้เช่นกัน

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณอาจารย์ที่มาให้สัมภาษณ์ในวันนี้ เชื่อว่าคอร์สนี้จะนําให้คริสตจักรมากมาย นมัสการพระเจ้าอย่างอาหารที่ถูกเตรียมอย่างพิถีพิถัน เพื่อถวายเกียรติสูงสุดแด่พระเจ้า ขอพระเจ้าเสริมกําลังอาจารย์ในการรับใช้และในทุกบทบาทที่พระเจ้าทรงเรียกใช้ค่ะ


** บทความจากสารผู้เลี้ยง บีไอที ฉบับ สุขภาวะที่ดีของการศึกษาคริสตศาสนศาสตร์ หน้า 23-26