พระผู้เติมแต่ง

ลลิลทิพย์ สุริยะ, นักศึกษา BIT ปริญญาตรี ชั้นปีที่ 3

“คนที่มาเรียน BIT ทุกคน ต้องเป็นคนที่ดีพร้อมและอยากถวายตัวรับใช้พระเจ้าแน่ๆ เลย” นี่คือความคิดความเข้าใจของดิฉันที่สนใจและตั้งหน้าตั้งตารอการที่จะได้เข้ามาศึกษาเล่าเรียนในสถาบันแห่งนี้เมื่อหลายปีก่อนแล้ว ดิฉันรู้จักสถาบันแห่งนี้ผ่านรุ่นพี่คนหนึ่งนั้น ในใจไม่ได้คิดถึงเรื่องรับใช้เลย ไม่รู้ด้วยซ้ําว่าอะไรคือการรับใช้ มีแต่ความมั่นใจอันแรงกล้าที่ว่าอยากจะเรียนพระคัมภีร์ อยากรู้จักอยากเข้าใจพระเจ้ามากขึ้น เป็นความอยากรู้ที่อยากเห็นอยากสัมผัสด้วยตัวเอง

เมื่ออายุ 15 ปี เป็นช่วงที่เริ่มคิดเริ่มหาความหมายของชีวิต เริ่มตั้งคําถามกับตัวเองว่าเราเกิดมาทําไม และจะทําอะไรดี พูดง่าย ๆ ก็คือ ชีวิตนี้ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะเรียนอะไร ทําอาชีพอะไร เป้าหมายชีวิตคืออะไร บางทีก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่าเราเดินมาด้วยความเชื่อหรือด้วยความไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับอนาคตของตัวเอง จนเมื่อมาถึงปี 2020 สิ่งที่เปรียบเหมือนความใฝ่ฝันมานานหลายปีใกล้จะกลายเป็นจริงแล้ว นับจากวันที่ได้สมัครเรียนวันสอบ และวันประกาศผล และแล้วก็ถึงวันที่ต้องเก็บกระเป๋าเข้ามายังสถาบันแห่งนี้ ก้าวแรกที่ก้าวเข้ามานั้น ยังเป็นภาพที่ติดอยู่ในใจ ฉันในวันนั้น แตกต่างจากวันนี้มาก

วันที่กําลังนั่งเขียนและทบทวนชีวิตของตัวเองและพบว่าชีวิตของใครหลายๆ คนอาจจะดูตื่นตาตื่นใจ ดูมีการอัศจรรย์หลายอย่าง มีเหตุการณ์ใหญ่ ๆ ที่เปลี่ยนชีวิตของพวกเขา แต่สําหรับดิฉัน กลับเป็นชีวิตที่ราบเรียบ ไม่ได้หวือหวาอลังการอะไร ไม่ได้มีเหตุการณ์ใหญ่ ๆ ที่เป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต ถ้าจะถามว่าพระเจ้าเตรียมชีวิตมาอย่างไรก่อนมาเรียน คงไม่มีอะไรมาก นอกจากหัวใจที่อยากรู้จักพระเจ้าผ่านการเรียนพระคัมภีร์ แต่ในตอนนี้ดิฉันเชื่อว่า พระเจ้ากําลังเตรียมชีวิตของผู้หญิงธรรมดาคนนี้เพื่อทําบางสิ่งบางอย่างในอนาคต

การได้เข้ามาที่ใช้ชีวิตอยู่ในสังคม BIT นั้น ไม่เพียงแต่ได้รู้ในหลายสิ่งหลายอย่าง แต่ยังได้คิดในหลาย ๆ เรื่องด้วยเช่นกัน แน่นอนว่าได้ความรู้ทั้งด้านพระคัมภีร์ วิชาการ และได้ทักษะชีวิตอีกมากมาย โดยเฉพาะเรื่องการรับใช้ การอยู่ร่วมกัน การดูแลตัวเอง การบริหารจัดการสิ่งต่าง ๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นประสบการณ์ชีวิตที่คงจดจําไปอีกนาน

มื่อตัดสินใจเข้ามาในรั้ว BIT มักมีอาจารย์และเพื่อน ๆ ถามว่า มั่นใจในการทรงเรียกไหม ต้องตอบตามความจริงว่า ไม่ค่อยมั่นใจสักเท่าไหร่ เพราะระหว่างทางในช่วงเวลา 3-4 ปีมานี้ บางครั้งมีช่วงที่สงสัยในหลายสิ่งหลายอย่าง แม้ว่าก่อนมาเรียนจะมั่นใจแค่ไหนว่า ฉันจะไม่มีวันหันไปจากทางนี้แน่นอน แต่เมื่ออยู่ในความเป็นจริง สถานการณ์ต่าง ๆ ไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิดและพูด หลายครั้งก็มีความรู้สึกว่าตัวเองดูไม่คู่ควรกับการจะเป็นผู้รับใช้เลยแม้แต่นิดเดียว

แน่นอน ตลอดระยะเวลา 4 ปี ที่ได้คิดระหว่างที่ใช้ชีวิตฝึกฝนตัวเองอยู่ที่นี่นั้น มีเป็นร้อยเรื่อง มีกําลังใจบ้าง ท้อใจบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่คิดอยู่เสมอคือ ฉันควรทําอะไรบ้างเพื่อให้ช่วงเวลา 4 ปีนี้เป็นช่วงชีวิตที่มีความหมาย ให้เป็นโอกาสที่จะได้เล่าเรียนและฝึกฝนอย่างเต็มที่ ความรู้ความสามารถที่มีตอนนี้เพียงพอที่จะให้ความมั่นใจในการออกไปรับใช้หรือไม่ คําถามเหล่านี้ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวเสมอ จึงได้แต่ถามและย้ําตัวเองว่า “ฉันมาทําอะไรที่นี่?” นี่คือคําถามที่ต้องตอบตัวเองให้ได้ใน ทุก ๆ วัน แค่อยากจะบอกว่า มันเป็นสีสันของชีวิตที่มีพระเจ้าเป็นผู้ที่คอยเติมแต่ง สุขบ้างทุกข์บ้าง เชื่อว่าเมื่อถึงเวลาอันสมควร พระเจ้าทรงปั้นดิฉันให้เป็นภาชนะที่ทรงใช้การได้อย่างเกิดผลตามน้ําพระทัยพระองค์


** บทความจากสารผู้เลี้ยง บีไอที ฉบับ สุขภาวะที่ดีของการศึกษาคริสตศาสนศาสตร์ หน้า 60-61