บทเรียนจากแม่วัว: คําเทศนาวันระลึกบีไอที

ขอบคุณพระเจ้าที่ได้มีโอกาสระลึกถึงสถาบันกรุงเทพคริสตศาสนศาสตร์ (BIT) ขอบคุณพี่น้องในคริสตจักรที่ได้มีส่วนร่วมในการสร้างผู้รับใช้ฯ ผ่านบีไอที่ให้ได้รับการสร้างชีวิตและการศึกษาอย่างดี เพื่อออกไปรับใช้โดยการนําความรักไปสู่คนไทยมากมาย

พระธรรมเทศนาวันนี้จาก 1 ซามูเอล 6:1-16 หัวข้อ “บทเรียนจากแม่วัว” ซึ่งเกี่ยวกับทัศนคติต่อการรับใช้ฯ ในสมัยปุโรหิตเอลี มีการทําสงครามระหว่างอิสราเอลและคนฟิลิสเตีย ฝ่ายชาวอิสราเอลได้ตั้งค่ายอยู่ข้างเอเบนเอเซอร์ ซึ่งหมายถึงศิลาแห่งการช่วยเหลือของข้า และชาวฟิลิสเตียตั้งค่ายอยู่ในเอเฟก ในการสู้รบครั้งนี้ อิสราเอลพ่ายแพ้ มีการสูญชีวิตถึง 4,000 คน เมื่อพ่ายแพ้อิสราเอลจึงได้นําหีบพันธสัญญาของพระเจ้าพร้อมกับบุตรชายทั้งสองของเอลี คือโฮฟนีและฟีเนหัสมาจากเมืองชโลห์ พวกเขาเชื่อว่าหีบแห่งพันธสัญญาเปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งการสถิตอยู่ของพระเจ้า เพื่อช่วยให้ชนะในสงคราม เมื่อหีบพระสัญญามาถึง อิสราเอลร้องจนชาวฟีลิสเตียตกใจกลัว เพราะเขากล่าวว่า “พระเจ้าได้เสด็จมาในค่ายแล้ว” คนฟิลิสเตีย ลุกขึ้นสู้อย่างสุดกําลังจึงทําให้ชนะอิสราเอล

คนฟิลิสเตียยึดหีบแห่งพันธสัญญาของพระเจ้าไป มาไว้ต่อหน้าพระของพวกเขาตามเมืองต่างๆ คือ อัชโดด กาซา อัชเคโลน เมืองกัทและเอโครน ทุกแห่งที่หีบพันธสัญญาไป ภัยพิบัติก็เกิดในเมืองนั้น ๆ พระดาโกนก็ล้มหน้าคว่ําลงมายังพื้นดินตรงหน้าหีบแห่งพันธสัญญาทุกครั้งที่ชาวฟิลิสเตียวางไว้ต่อหน้าของพระของเขาในแต่ละเมือง จนในที่สุดก็เหลืออยู่แต่ลําตัวพระดาโกน เนื่องจากสถานการณ์นี้เสี่ยงต่อความตายอย่างยิ่ง เพราะขนาดพระของพวกเขายังแพ้ต่อหีบแห่งพันธสัญญา พวกเขาจึงเอาหีบเวียนไปในแต่ละเมือง แต่ผลเลวร้ายก็เกิดขึ้นทุกครั้ง ในที่สุดพวกเจ้านายทั้งหมดของคนฟิลิสเตียก็ประชุมกันและกล่าวว่า “จงส่งหีบแห่งพระเจ้าของอิสราเอลไปเสีย ให้หีบนั้นกลับไปยังที่เดิม” พวกปุโรหิตและพวกโหรจึงแนะนําให้ส่งพร้อมกับของกํานัลตามจํานวนเจ้านายแห่งคนฟิลิสเตีย ชาวฟิลิสเตียก็ทําตาม

ในกระบวนการการส่งหีบแห่งพระเจ้ากลับไปอิสราเอล เราสามารถเรียนรู้ถึงเรื่องการอุทิศชีวิตแห่งการรับใช้ฯ โดย

  1. เป็นภาชนะโดยที่ถวายสิ่งดี ๆ ให้กับพระเจ้า (ข้อ 1-5)

หลังจากพระดาโกนได้ล้มลงต่อหน้าหีบ แห่งพระเจ้า และชาวฟิลิสเตียได้ประสบกับการลงโทษอย่างรุนแรง ชาวฟิลิสเตียได้ตัดสินใจที่จะส่งหีบแห่งพันธสัญญากลับไปที่ประเทศอิสราเอล พวกโหรและพวกปุโรหิตได้แนะนําให้ส่งพร้อมกับของกํานัลตามจํานวนเจ้านายแห่งคนฟิลิสเตีย เมื่อเจ้านายชาวฟิลิสเตียถวายสิ่งเหล่านี้ พวกเขากําลังยอมรับความยิ่งใหญ่ของพระเยโฮวาห์ว่าเป็นใหญ่กว่าพระของเขา เนื่องจากพวกเขาได้ประสบกับการลงโทษอย่างทรมานและเลวร้ายสุดบรรยายสําหรับพวกคนต่างชาติ เพื่อตอบสนองความทุกข์ของเขา เขาได้ส่งกลับสิ่งที่เป็นของพระเจ้าตั้งแต่แรก แต่เราประสบพระคุณและพระเมตตาของพระเจ้าทุก ๆ วันในชีวิตของเรา เมื่อเรารับพระคุณของพระเจ้า เราก็ควรถวาย สิ่งที่เป็นของพระเจ้าตั้งแต่แรกด้วย

พระเจ้าพอพระทัยเมื่อบุตรของพระองค์ ถวายชีวิตของเราต่อพระเจ้าให้เป็นเครื่องบูชา พระธรรมโรม 12:1-2 สอนว่า เราต้องถวายชีวิตของเราให้เป็นเครื่องบูชาที่มีชีวิตอันบริสุทธิ์ ปัญหาอย่างหนึ่งเรื่องเครื่องบูชาที่มีชีวิต คือ เมื่อเครื่องบูชายังมีชีวิต มันมักจะคลานลงมาจากแท่นบูชา เมื่อเราถวายชีวิตของเราบนแท่นบูชาของพระองค์โดยไม่เปลี่ยนใจและไม่ยอมลงมาอีกเลย เราจะถวายทรัพย์ของเราได้ง่ายขึ้น เพราะว่าทรัพย์สมบัติของท่านอยู่ที่ไหน ใจของท่านก็จะอยู่ที่นั่นด้วย (มัทธิว 6:21) แม่วัวได้ทําหน้าที่เป็นภาชนะที่นําหีบแห่งพันธสัญญา และของขวัญที่มีค่าไปถึงพระเจ้า และเราเป็นภาชนะโดยที่ถวายสิ่งดีๆ ให้กับพระเจ้าได้หรือไม่?

  1. ถวายสิ่งที่ดีที่สุดให้กับพระเจ้า (ข้อ 7-15)

เพื่อทดสอบดูว่าภัยพิบัติเหล่านี้มาจากพระเจ้าหรือไม่ คนฟิลิสเตียได้วางหีบแห่งพันธสัญญาไว้บนเกวียนใหม่เล่มหนึ่ง โดยเอามาเทียมแอกเข้ากับแม่วัวคู่หนึ่งซึ่งยังไม่เคยเข้าเทียมแอกเลย ที่จริงพระเจ้าได้บัญชาให้เคลื่อนหีบแห่งพันธสัญญาอย่างไร แต่ชาวฟิลิสเตียไม่ทราบคําบัญชาของพระเจ้าจึงวางไว้บนเกวียน ชาวฟิลิสเตียไม่ได้รับโทษเพราะพวกเขาไม่ทราบ แต่ใน 2 ซามูเอล 6:3-7 ชาวอิสราเอลได้รับโทษเมื่อเขาวางหีบแห่งพันธสัญญาบนเกวียน เพราะพวกอิสราเอลทราบคําบัญชาจากพระเจ้า พระเจ้าให้รางวัลหรือโทษเราตามการสําแดงที่พระองค์ให้กับเรา ยิ่งกว่านั้นแม่วัว 2 ตัวกําลังเลี้ยงลูกของมันอยู่และไม่แยกออกจากลูก ๆ และไม่เคยเข้าเทียมแอกเลยเพื่อดูว่าภัยพิบัตินี้มาจากพระเจ้าหรือไม่ แม่วัวกําลังทําสิ่งที่ย้อนแย้งต่อสัญชาตญาณของตัวเองที่แยกออกจากลูกของมัน ถ้าแม่วัวกลับบ้านเพื่อดูแลลูกและเพราะไม่เคยเทียมเกวียน เขาจะรู้ว่าภัยพิบัตินั้นไม่ได้มาจากพระเจ้าแต่เกิดขึ้นด้วยบังเอิญ แต่ถ้าแม่วัวไปตามทางถึงแผ่นดินของอิสราเอล เขาก็จะ
ทราบว่าภัยพิบัตินั้นมาจากพระเจ้า

เมื่อชาวฟิลิสเตียเห็นแม่วัวกลับไปที่แผ่นดินอิสราเอลโดยไม่มองดูทางซ้ายหรือขวาและไม่กลับไปหาลูก ๆ ของมัน และไม่มีปัญหากับการเทียมเกวียน ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยทํามาก่อนชาวฟิลิสเตียก็เกิดกลัวขึ้นมา คือภัยพิบัตินี้ได้มาจากพระเจ้าอย่างแน่นอน มีคนถามนักไวโอลินว่าเขาเล่นไวโอลินเก่งได้อย่างไร นักไวโอลินก็ตอบว่า เป็นเพราะความตั้งใจที่จะเพิกเฉย ไม่สนใจกับสิ่งรอบข้าง นักไวโอลินคนนี้ได้ตั้งใจที่จะเพิกเฉยต่อทุกสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายของเขา จึงเป็นภาพที่สะท้อนถึงการอุทิศตน

เมื่อชาวอิสราเอลที่พรมแดนเมืองเบธเซเมซ เห็นหีบแห่งพันธสัญญาหลังจากที่ไม่เห็นมาตลอด 7 เดือน พวกเขาจึงเต็มไปด้วยความชื่นชมยินดีและได้ถวายเครื่องบูชาต่อพระเจ้า ผู้ทรงจัดเตรียม (เยโฮวาห์เรห์) เขาก็ได้เตรียม เครื่องสัตวบูชาด้วย เขาจึงผ่าไม้เกวียนเป็นฟืน และเอาแม่วัวเป็นเครื่องเผาบูชาถวายแด่พระเยโฮวาห์ (6:14) แม่วัวที่ละทิ้งลูกไว้เพื่อได้เป็น เครื่องบูชาต่อพระเจ้า ใน ปฐก. 4:4 เห็นว่าท่าน อาเบลพร้อมและตั้งใจที่จะถวายสิ่งที่ดีที่สุดจากบรรดาลูกแกะที่เขามี เขานํามาถวายให้กับ พระเจ้า ซึ่งเป็นเหตุผลที่เขายังพูดอยู่และเป็นพยานถึงความชอบธรรมของเขาทั้งๆ ที่ตายแล้ว (ฮีบรู 11:4)

หลายคนอาจไม่เห็นด้วยหรือรู้สึกไม่สบายใจ กับการถวายตัวเพราะกลัวว่าอาจทําให้สูญเสียเสรีภาพของตน แต่วีรบุรุษ (hero) มากมาย ในพระคัมภีร์ได้รับการทรงนําผ่านพันธสัญญาและการอุทิศตัว นักศาสนศาสตร์ A.W. Tozer กล่าวว่า “เราควรเขียนหรือจารึก 5 ประโยคนี้ ไว้ในจิตใจของเราไม่เพียงแต่ในสมุดจดเท่านั้น” ซึ่งจะช่วยเราอย่างมากให้จดจ่อกับการถวายตัว

  1. จัดการกับบาปอย่างเด็ดขาด
  2. ไม่เป็นเจ้าของสิ่งหนึ่งสิ่งใด และทิ้งความ คิด “เสียดาย” ต่อการถวายแด่พระเจ้า
  3. ไม่ปกป้องตัวเอง
  4. ไม่ให้คําพูดหรือการกระทําทําร้ายคนอื่น
  5. ไม่รับเกียรติไว้สําหรับตนเอง

นักวิชาการ C.S. Lewis กล่าวว่ามีคน 2 ประเภท คือ ผู้ที่บอกพระเจ้าว่า “ขอให้น้ําพระทัยของพระองค์สําเร็จ” และผู้ที่พระเจ้ากล่าวกับเขาว่า “ทําตามใจชอบของลูกแล้วกัน” และท่านจะกล่าวคําใดในการถวายตัว

James Calvert มิชชันนารีที่ไปประกาศที่ เกาะฟิจิที่มี “มนุษย์กินคน” เมื่อกัปตันเรือพาเขา ไปถึงที่นั้นแล้วก็พยายามเตือนเขาให้กลับออกมาโดยบอกว่า “ท่านจะเสียชีวิตพร้อมกับชีวิตของผู้ที่อยู่กับท่าน ถ้าท่านไปใช้ชีวิตกับประชาชน ในเกาะนี้” แต่คําตอบของ John Calvert คือ “พวกเราตายแล้วก่อนที่จะมาที่นี้” ซึ่งแสดงถึงหัวใจของการอุทิศทั้งชีวิต


** บทความจากสารผู้เลี้ยง บีไอที ฉบับ เติบโตฝ่ายวิญญาณ หน้า 13-15