การเติบโตของคริสตจักรในประเทศเกาหลีใต้

ในประวัติศาสตร์คริสตจักรโลก พระเจ้าทรงขับเคลื่อนคริสตจักรให้เติบโตขึ้นตามหลักการพระคัมภีร์ แม้ว่าจะเกิดการหยุดชะงักในระหว่างศตวรรษที่ 17 ถึงศตวรรษที่ 20 เนื่องจากการข่มเหง แต่ในเวลาต่อมาในศตวรรษที่ 21 คริสตจักรโปรเตสแตนท์ในทวีปยุโรปและในทวีปอเมริกาได้เติบโตอย่างรวดเร็ว และในปัจจุบันคริสตจักรได้ขยายการเติบโตไปยังทวีปแอฟริกาใต้ อเมริกาใต้ และเอเชีย

คริสตจักรในประเทศเกาหลีใต้เป็นหนึ่งในคริสตจักรที่เติบโตเร็วที่สุดในโลกปัจจุบัน ผมในฐานะผู้สอนวิชาประวัติศาสตร์คริสตจักรในสถาบันบีไอที และมิชชันนารีจากประเทศเกาหลี ขอแนะนําประวัติศาสตร์และสะท้อนปัจจัยการการเติบของคริสตจักรเกาหลีดังนี้

ประวัติคริสตจักรในประเทศเกาหลีใต้

1. ก่อนมิชชันนารีโปรเตสแตนท์เข้ามาในประเทศเกาหลีใต้ (ปี 1832-1884)

ก่อนการเข้ามาอย่างเป็นทางการของมิชชันนารีชาวอเมริกันในช่วงศตวรรษที่ 19 นั้น มิชชันนารีโปรเตสแตนท์คนแรกที่พยายามเริ่มงานการประกาศพระกิตติคุณในเกาหลีคือ คาร์ล ฟรีดริช ออกัสตัส กุลสลาฟ (Karl Friedrich August Gutzlaff, 1803-1851) ในปี 1832 ท่านมีเป้าหมายที่จะแล่นเรือไปประเทศจีนแต่เนื่องจากมรสุม ท่านจึงทอดสมอเรือที่ประเทศเกาหลีชั่วคราว ในระหว่างนั้นท่านได้แจกพระคัมภีร์จีนพร้อมกับมันฝรั่งให้แก่คนเกาหลีใต้

ในปี 1866 ศาสนาจารย์ โรเบิรท์ เจ โธมัส (Robert Jermain Thomas, 1839-1866) มิชชันนารีจากสมาคมพันธกิจแห่งลอนดอน (The London Missionary Society) เข้ามาเกาหลีพร้อมกับเรือสินค้าชื่อเยเนรัล เชอร์แมน (General Sherman) เมื่อเรือเกยตื้นบนชายฝั่งแม่น้ําเดดอง ท่านกับลูกเรือทั้งหมดถูกฆ่าตายโดยทหารเกาหลี ก่อนถูกฆ่าท่านได้ให้พระคัมภีร์เล่มหนึ่งแก่คนที่ตัดศีรษะของท่านชื่อซุงวอน บัก (Chungwon Bak) และในเวลาต่อมาเขาได้เป็นผู้นําที่สําคัญของคริสตจักรในประเทศเกาหลีในยุคแรก1 เนื่องจากการอ่านพระคัมภีร์โดยบังเอิญที่ฉีกติดข้างฝาและเพดานเพื่อป้องกันความหนาวเย็น

ในปี 1876-1884 มีคริสเตียนหลายร้อยคนเชื่อพระเยซูและได้รับบัพติศมา ก่อนมิชชันนารีโปรเตสแตนท์จะเข้ามาประเทศเกาหลีใต้2 เพราะพระคัมภีร์ที่แปลเป็นภาษาเกาหลีโดยมิชชันนารี จอห์น รอส (John Ross, 1842-1915) ที่ส่งมาจากประเทศจีนให้กับชาวเกาหลีบางคนแล้ว ก่อนมิชชันนารีโปรเตสแตนท์จะเข้ามาประเทศเกาหลีใต้3 เรื่องที่พระคัมภีร์มาก่อนมิชชันนารีเป็นเรื่องอัศจรรย์และเป็นพระพรจากพระเจ้าสําหรับคริสตจักรในประเทศเกาหลี

2. การก่อตั้งคริสตจักรโปรเตสแตนท์ยุคแรก (ปี 1885-1910)

วันอีสเตอร์ในปี 1885 มิชชันนารีโปรเตสแตนท์ 2 ครอบครัวได้เข้ามาประเทศเกาหลี เพื่อการประกาศข่าวประเสริฐคือ โฮเรส จี. อันเดอร์วูด (Horace G. Underwood, 1859-1916, American North Presbyterian Missions) และเฮนรี่ จี. แอบเป็นเซลลอร์ (Henry G. Appenzeller, 1858-1902, American Methodist Missions) หลังจากนั้นจํานวนมิชชันนารีได้เพิ่มมากขึ้นในประเทศเกาหลี4 ทําให้งานพันธกิจหลายด้านขยายขึ้นด้วยเหตุผล 2 ประการ

ประการแรก คริสตจักรมีการฟื้นฟูครั้งใหญ่หลายครั้ง เช่น การฟื้นฟูครั้งใหญ่ในปี 1907 ได้ประกาศพระกิตติคุณอย่างกว้างขวาง และการฟื้นฟูครั้งใหญ่ในในเปียงยาง ปี 1907 (The Great Revival of Pyongyang) ทําให้คริสตจักรร้อนรน และเกิดพลังความรักที่นําคนกลับใจ ในปี 1904 มีผู้ใหญ่ที่ได้รับบัพติศมาจํานวน 2,773 คน และสมาชิกทั้งหมด 23,000 คน และในปี 1907 มีผู้ใหญ่ที่ได้รับบัพติศมาจํานวน 13,939 คน และสมาชิกทั้งหมด 107,717 คน5

ประการที่สอง คริสตจักรใช้วิธีการทําพันธกิจแบบจอห์น เนวิอัส (John Livingstone Nevius, 1829-1893) การนําเอาวิธีการทํางานมิชชั่นแบบเนวิอัสเข้ากับบริบททางวัฒนธรรม จึงทําให้คริสตจักรในประเทศเกาหลีเติบโตอย่างรวดเร็ว6

(แหล่งข้อมูล:การเติบโตของคริสตจักรเกาหลีใต้ในช่วงเวลา ค.ศ. 1897-1933)7

3. การแสวงหาเอกราชของประเทศ (ปี 1910-1953)

ในปี 1910-1945 เกาหลีใต้ตกเป็นอาณานิคมของประเทศญี่ปุ่นและมีสงครามในปี 1950-1953 คริสเตียนชาวเกาหลีและมิชชันนารีถูกทําร้าย ถูกฆ่า ถูกจําคุกเพราะความเชื่อ ถูกบังคับให้นมัสการพระของชินโต อาคารคริสตจักรถูกทําลาย คริสตจักรถูกปิดกว่า 1,200 แห่ง ภายใต้ความยากลําบาก คริสตจักรยิ่งเติบโตมีผู้เชื่อเพิ่มขึ้น มากถึง 415,000 คนในปี 19558

4. การเพิ่มพูนคริสตจักรโปรเตสแตนท์ในประเทศเกาหลีใต้จนถึงปัจจุบัน (ปี 1953-2018)

หลังจากสงครามเกาหลีสิ้นสุดลง มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมากและการเปลี่ยนแปลงสู่ระบบอุตสาหกรรมใหม่ การเติบโตนี้เอื้อต่อการเพิ่มพูนคริสตจักร ทั้งนี้เนื่องจากผู้คนจํานวนมากโยกย้ายเข้ามาอาศัยในเมืองใหญ่ และคริสตจักรสามารถตอบสนองความต้องการของสังคมใหม่ได้ ซึ่งเป็นอีกองค์ประกอบที่ช่วยให้คริสตจักรเพิ่มพูนขึ้นได้อย่างรวดเร็ว คริสตจักรในประเทศเกาหลี เติบโตขึ้นอย่างมากมายด้วยการประกาศพระกิตติคุณที่จัดขึ้นตามการประชุม หรืองานประกาศพระกิตติคุณใหญ่9 ในปี 2018 กระทรวงวัฒนธรรมของประเทศเกาหลีใต้ได้ประกาศว่าคริสเตียนนิกายโปรเตสแตนท์ได้เป็นศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเกาหลีใต้ตั้งแต่ปี 2015 จนถึงปัจจุบัน

(แหล่งข้อมูล:การเปลี่ยนแปลงในศาสนาเกาหลีใต้ในช่วงเวลา ค.ศ. 1995-2015) 10

ปัจจัยการเจริญเติบโตของคริสตจักรในประเทศเกาหลีใต้11

การเติบโตของคริสตจักรในประเทศเกาหลีใต้เป็นการทําพระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ และยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งเสริมให้คริสตจักรในประเทศเกาหลีใต้เติบโตอย่างรวดเร็วพอสรุปได้ดังนี้

(แหล่งข้อมูล:การเติบโตของคริสตจักรเกาหลีใต้ในช่วงเวลา ค.ศ.1875-2015)12

1. ความเข้มแข็งของคริสตจักรท้องถิ่น (The Local Church) คริสตจักรท้องถิ่นของประเทศเกาหลีใต้อยู่ภายใต้ผู้นําที่กระตือรือร้นฝ่ายจิตวิญญาณ ศิษยาภิบาลได้ทําพันธกิจต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมให้สมาชิกเติบโตฝ่ายจิตวิญญาณ เช่น การนมัสการ การสร้างสาวก การสามัคคีธรรม การสอนพระวจนะ การประกาศพระกิตติคุณ พันธกิจด้านมิชชั่น และการบริการสังคม

2. ศิษยาภิบาลที่เปี่ยมไปด้วยพระวิญญาณและการทํางานอย่างหนัก (Spirit-filled, Hardworking Pastors) คริสเตียนในประเทศเกาหลีส่วนใหญ่เชื่อว่าปัจจัยสําคัญที่สุดสําหรับการเติบโตของคริสตจักรนั้นขึ้นอยู่กับการเป็นผู้นํา และการทุ่มเทของศิษยาภิบาล

3. การอธิษฐานเพื่อได้รับการเปลี่ยนแปลงด้านจิตวิญญาณ (Prayer for Spiritual Renewal) การอธิษฐานเป็นความจําเป็นต่อการเติบโตของคริสตจักรตามที่คริสตจักรอื่น ๆ ทั่วโลกรู้จักกันดีแล้วว่า คริสตจักรในประเทศเกาหลีใต้เน้นมากในเรื่องของการอธิษฐาน ทุกคริสตจักรมีการนมัสการอธิษฐานเช้าตรู่ทุกๆ วัน ไม่เคยย่อท้อไม่ว่าฝนหรือหิมะจะตกหนักเพียงไร

4. การเป็นพยานของคริสตจักร (A Witnessing Church) คริสตจักรเน้นการประกาศ พระกิตติคุณโดยเฉพาะคริสตจักรท้องถิ่นได้เน้นความสําคัญของการประกาศพระกิตติคุณเป็นการส่วนตัวและแบบเป็นกลุ่ม โดยเจาะไปถึงระดับล่างสุด (Grass-Roots) ของสังคม วิธีการประกาศพระกิตติคุณยังมีอยู่จนถึงทุกวันนี้ เช่น ตามเมืองใหญ่ยังเห็นภาพคริสเตียนยืนที่มุมถนน ร้องเพลง เป็นพยาน แจกแผ่นปลิว คริสตจักรท้องถิ่นได้แบ่งทีมออกเป็นกลุ่มเล็ก ๆ เพื่อเป็นพยานระหว่างวันหยุดสุดสัปดาห์

5. การศึกษาพระคัมภีร์ผ่านกลุ่มเซลล์ (Cell Group Bible Studies) คริสตจักรจะเข้มแข็งได้นั้นต้องมีการประกาศพระกิตติคุณและการสอนพระวจนะคู่กันไประบบกลุ่มเซลล์ นอกจากจะทําให้สมาชิกเข้มแข็งแล้ว ยังสามารถเป็นช่องทางนําคนใหม่ ๆ มารู้จักพระเจ้าได้ดีอีกด้วย

6. การศึกษาศาสนศาสตร์: มีคนงานอย่างเพียงพอ (Theologically Trained Christian Workers) เอกลักษณ์ของคริสตจักรในประเทศเกาหลีที่โดดเด่นคือ มีคนงานคริสเตียนอย่างเพียงพอ คนงานเหล่านั้นเป็นกุญแจสําคัญที่ทําให้คริสตจักรเติบโตอย่างรวดเร็ว การตั้งคริสตจักรใหม่ และออกไปต่างประเทศในฐานะมิชชันนารี และสถาบันพระคริสตธรรมในประเทศเกาหลีส่วนใหญ่ยังมีชื่อเสียงในการยึดถือความเชื่อแบบอิแวนเจลิคอล คือยังรักษาความเป็นแบบอนุรักษ์นิยมมาก

7. คริสตจักรท้องถิ่นตอบสนองด้านงานมิชชั่น (The Rising Missionary Movement) พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงทํางานท่ามกลางคริสตจักรได้รับการท้าทายให้ส่งมิชชันนารีออกไปยังดินแดนที่ไม่รู้จักพระเจ้า การส่งมิชชันนารีเริ่มขึ้นเมื่อ 5 กันยายน ปี 1907 คณะกรรมการ 12 คน ของคริสตจักรเพรสไบทีเรียนได้ก่อตั้งคณะมิชชั่นต่างประเทศขึ้น ในปี 2018 คริสตจักรในประเทศเกาหลีใต้ได้ส่งมิชชันารีจํานวน 27,993 คน สําหรับ 171 ประเทศ และมีมิชชันนารีชาวเกาหลี ประมาณ 1,000 คนในประเทศไทย

8. การสนับสนุนตัวเอง (Stewardship) คริสตจักรเกาหลีสนับสนุนตัวเองโดยนําวิธีของเนวิอัสมาใช้และเน้นถึงความสําคัญของการรับผิดชอบตัวเองด้านการเงินและการถวายสิบลด ศิษยาภิบาลเทศนาเรื่องการถวายสิบลดบนธรรมาสน์ และคริสตจักรแจกซองเพื่อถวายสิบลด ถวายขอบพระคุณแก่สมาชิกแต่ละคน

9. คริสเตียนแสดงออกถึงความเชื่อการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับบริบทของตัวเอง (Innovative Contextual Expressions of Christians Faith) ปัจจุบันนี้เกือบจะไม่มีคนเกาหลีมองว่า คริสตศาสนาเป็นศาสนาของคนต่างชาติ หรือเป็นศาสนาของประเทศตะวันตก จุดเด่นก็คือประเทศเกาหลีเป็นประเทศที่มีคนเชื้อชาติเป็นของตนเอง คริสตจักรในประเทศเกาหลีสามารถนําหลักคําสอนและแสดงออกถึงความเชื่อให้เข้ากับวัฒนธรรมของตัวเองได้ แล้วยังกลายเป็นแบบอย่างแก่คริสตจักรทั่วโลก

10. การใช้วรรณกรรมคริสเตียนและงานสื่อสารมวลชน (Good Use of Literature and Mass Media) ภาษาและวัฒนธรรมที่เป็นอันเดียวกันของชาวเกาหลีทําให้การประกาศพระกิตติคุณง่ายขึ้น การพัฒนาอย่างรวดเร็วของสื่อสารมวลชนของคริสเตียนผ่านวรรณกรรม วิทยุ โทรทัศน์และภาพยนตร์ ทําให้ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาของชาวเกาหลี


1 จอห์น ที.คิม (John T. Kim), การเพิ่มพูนคริสตจักรโปรเตสแตนท์ในประเทศเกาหลี (กรุงเทพฯ: ศูนย์ที่รันนัส, 1998), 88-90

2 คนคริสเตียนคนเกาหลีคนแรกคืออึงชาน ลี (Ung Chan LEE) ได้รับบัพติศมาในปี 1876 (Samuel Hugh Moffett, A history of Chris- tianity in Asia Volume II 1500-1900(NT: Orbis Books, 2007), 530.

3 จอห์น รอส แปลพระธรรมลูกา และ พระธรรมยอห์นที่เป็นภาษาเกาหลีครั้งแรกในปี 1883. (Ibid., p531.)

4 Ibid., p532

5 จอห์น ที.คิม (John T. Kim), การเพิ่มพูนคริสตจักรโปรเตสแตนท์ในประเทศเกาหลี, 106-7.

6 Saphir Athyal et al., Church in Asia Today(Singapore: Scripture Publishing Centre, 1996), 54-55.

7 https://cemk.org/10631/?fbclid=lwAR3IZZ2luMgzBdlHhxifHOT-BdjFYZR5sgqm620EFD2B6|Vliql7nHFIVdk(09.06.2019)

8 Saphir Athyal et al., Church in Asia Today, 56.

9 จอห์น ที.คิม (John T. Kim), การเพิ่มพูนคริสตจักรโปรเตสแตนท์ในประเทศเกาหลี, 134.

10 Ministry of Culture, Sports and Tourism, 2018 Religious Status of Korean (Seoul: Ministry of Culture, Sports and Tourism, 2018), 89.

11 Saphir Athyal et al., Church in Asia Today, 63-70.

12 https://cemk.org/10631/?fbclid=lwAR3IZZ2luMgzBdlHhxifHOT-BdjFYZR5sgqm620EFD2B6|V|iq|7nHFIVdk(09.06.2019)