ทัวร์เส้นทางเปาโล ประเทศตุรกี (Turkey: Paul’s Journey)

วันและเวลาเดินทาง: วันที่ 20 มี.ค. – 28 มี.ค. 2023

เปิดรับสมัครถึง: วันที่ 31 ม.ค. 2023

สถานที่ที่จะเดินทางไป:

  • เมืองอิสตันบูล สุเหร่าสีน้ำเงิน สุเหล่าเซนต์โซเฟีย อุโมงเก็บน้ำ พระราชวังโดลมาบาห์เซ ตลาดสไปซ์ ล่องเรือช่องแคบฟอรัส จัตุรัสทักซิม
  • เมืองชานัคคาเล่ เมืองโบราณทรอย
  • เมืองเอเฟซุส เมืองเปอร์กามัม ปราสาทปุยฝ้าย
  • เมืองโบราณเลาดีเซีย
  • เมืองคอนย่า พิพิธภัณฑ์เมฟลาน่า คาราวานเซไรส์
  • พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ หุบเขานกพิราบ หุบเขาอุซิซาร์ เมืองใต้ดิน ระบำหน้าท้องสไตล์พื้นเมือง ทะเลสาบเกลือ

ตารางการเดินทาง:

วันที่ เวลา รายละเอียด
วันที่ 1: ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
20 มี.ค. 20.30น. คณะพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ เคาน์เตอร์สายการบิน TURKISH AIRLINES โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับ
23.30น. ออกเดินทาง สู่ท่าอากาศยาน เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกีโดยสายการบิน TURKISH AIRLINES เที่ยวบินที่ TK69
วันที่ 2: อิสตันบูล - ชานัคคาเล่ - เมืองทรอย
21 มี.ค. 06.30น. เดินทางถึง ท่าอากาศยาน เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกีหลังผ่านจุดตรวจคนเข้าเมือง นําท่าน เดินทางสู่เมือง ชานัคคาเล่ (Canakkale) เมืองที่ตั้งอยู่ริมทะเลมาร์มาร่า ตัดกับทะเลอีเจียนซึ่ง เป็นที่ตั้งของกรุงทรอย
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
เดินทางสู่ เมืองทรอย (Troy Ancient Site) เมืองที่มีชื่อเสียงมาแต่ในอดีต ถูกสร้างขึ้นมา ประมาณ 4,000 ปีมาแล้ว ชมม้าไม้จําลองแห่งเมืองทรอย (Wooden Horse of Troy) ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์อันชาญฉลาดด้านกลศึกของนักรบโบราณ โดยเป็นสาเหตุทําให้กรุงทรอยแตก และสร้างขึ้นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่หลงใหลในมหากาพย์อีเลียดได้เห็นด้วยตาของตนเองอีกด้วย
นำท่านเดินทางสู่เมือง Ayvalik เพื่อเข้าสู่ที่พัก
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ HALIC PARK HOTEL 5* หรือเทียบเท่า
วันที่ 3: อโครโปลิส - เอฟฟิ ซุส - ปามุคคาเล่ - ปราสาทปุยฝ้าย
22 มี.ค. เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นําท่านเดินทางสู่ เมืองเปอร์กามัม (Pergamum)ชมความสวยงามของ วิหารอะโครโปลิส (Acropolis) ซึ่งถูกกล่าวขวัญว่าเป็นประหนึ่งดินแดนในเทพนิยายซึ่งสิ่งก่อสร้างที่มีขนาดใหญ่ที่มี ชื่อเสียงคือ โรงละครที่ชันที่สุดในโลก ซึ่งจุผู้ชมได้ถึง 10,000 คน นําท่านแวะ โรงงานเครื่องหนัง ที่มีชื่อเสียงโด่งดังของประเทศตุรกี
นําท่านเดินทางสู่ เมืองเอฟฟิซุส (City of Ephesus) เมืองโบราณที่มีการบํารุงรักษาไว้เป็นอย่าง ดีเมืองหนึ่งเคยเป็นที่อยู่ของชาวโยนก จากกรีก ซึ่งอพยพเข้ามาปักหลักสร้างเมือง ซึ่งรุ่งเรืองขึ้นใน ศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสตกาล ต่อมาถูกรุกรานเข้ายึดครองโดยพวกเปอร์เซียและกษัตริย์อเล็กซานเดอร์มหาราชภายหลังเมื่อโรมันเข้าครอบครองก็ได้สถาปนา เอฟฟิ ซุส ขึ้นเป็นเมืองหลวงต่างจังหวัด ของโรมัน นําท่านเดินบนถนนหินอ่อนผ่านใจกลางเมืองเก่าที่สองข้างทางเต็มไปด้วยซากสิ่งก่อสร้างเมื่อสมัย 2,000 ปีที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโรงละครกลางแจ้งที่สามารถจุผู้ชมได้กว่า 30,000 คน ซึ่งยังคงใช้งานได้จนถึงปัจจุบันนี้
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นําท่านเดินทางสู่ ปามุคคาเล่ (Pamukkale) เป็นเนินเขาหินปูนสีขาว ความยาวประมาณ 2.7 กิโลเมตร สูง 60 เมตร ตั้งอยู่ในจังหวัดเดนิซลี ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น “เมืองแห่งสปา” เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ มีบ่อนํ้าพุร้อนธรรมชาติที่มีชื่อเสียงจํานวนมาก เนินเขาหินปูนสีขาวที่ลดหลั่นกันเป็นชั้น ๆ จนถูกเรียกว่า ปราสาทปุยฝ้าย (Cotton Castle ) ซึ่งเกิดจากนํ้าพุร้อนที่แคลเซียมคาร์บอเนตมา ตกตะกอนด้วยลักษณะทางธรรมชาติที่โดดเด่นไม่เหมือนที่ใดในโลก ปามุคคาเล่จึงได้รับการขึ้น ทะเบียนจากองค์การยูเนสโก ให้เป็นมรดกโลกร่วมกับเมืองโบราณเฮียราโพลิส ซึ่งตั้งอยู่บนปามุค คาเล่
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ PAM THERMAL HOTEL 5* หรือเทียบเท่า
วันที่ 4: เมืองโบราณเลาดีเซีย - พิพิธภัณฑ์เมฟลานา
23 มี.ค. เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นําท่านเดินทางสู่ เมืองโบราณเลาดีเซีย (The Ancient City of Laodicea) เมืองในยุคโบราณที่มีอายุเก่าแก่กว่า 7,500 ปี มีความสําคัญคือเป็นเมืองหนึ่งใน 7 คริสตจักร ตามที่ปรากฎในพระคัมภีร์ใบเบิลของศาสนาคริสต์ สําหรับยุคปัจจุบันนับเป็นสถาบันทางโบราณคดีแห่งแรก และเป็น แหล่งโบราณคดีที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดเดนิซลี ประเทศตุรกี
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นําท่านเดินทางสู่ เมืองคอนย่า (Konya)อดีตเมืองหลวงของอาณาจักร เซลจูค ในช่วงปี ค.ศ. 1071 – 1308 รวมทั้งยังเป็นศูนย์กลางที่สําคัญของภูมิภาคแถบนี้ ท่านจะได้เพลิดเพลินกับ ทัศนียภาพที่งดงามตามธรรมชาติตลอดสองฝั่งทาง ของภูมิภาคตอนกลางของตุรกี ท่านจะได้ชม วิถีชีวิตตามชนบทและทัศนียภาพที่สวยงามของทุ่งหญ้าสลับกับภูเขา นําท่านชมพิพิธภัณฑ์เมฟลานา (Mevlana Museum) ซึ่งเล่ากันว่าก่อตั้งขึ้นในราวปี ค.ศ. 1231 โดย เมฟลาน่า เจ ลาเลดดิน รูมี่ ผู้วิเศษในศาสนาอิสลามซึ่งกําเนิดในอัฟกานิสถาน เดินทางมายังเมืองคอนย่าตามคําเชิญของสุลต่านเซล จูค เพื่อเขียนบทกวีลึกลับเป็นภาษา เปอร์เซีย และได้เสียชีวิตลงในปี 1273
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ ANEMON KONYA HOTEL 5* หรือเทียบเท่า
วันที่ 5: คัปปาโดเกีย – พิพิธภัณฑ์เกอเรเม่ - ระบําหน้าท้อง
24 มี.ค. เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นําท่านแวะชม คาราวานสไรน์ (Caravanserai) ที่พักแรมและที่แลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างทาง ของชาวเติร์กในสมัยออตโตมัน นําท่านเดินทางสู่ เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia) ชมดินแดนที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์ ซึ่งในอดีตกาลมีกระแสลาวาภูเขาไฟที่ไหลออกมาปกคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง แล้วทับถมเป็นเวลาหลายล้านปี และด้วยการกระทําของธรรมชาติ โดยการกัดเซาะของพายุลม ฝน หิมะ และ กาลเวลา ได้ปรุงแต่งดินแดนคัปปาโดเกียออกมาได้อย่างงดงาม แปลกตา และน่าอัศจรรย์ด้วยภูมิลักษณ์ต่าง ๆ เปรียบดังสวรรค์บนดินจนได้ชื่อว่า ดินแดนแห่งเทพนิยาย หรือดินแดนแห่งปล่องนางฟ้า Fairy Chimney คัปปาโดเกียยังได้รับการแต่งตั้งจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกทางธรรมชาติ และวัฒนธรรมแห่งแรกของตุรกีอีกด้วย
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นําท่านชม พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเมืองเกอเรเม (Goreme Open Air Museum) ที่เป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง ค.ศ. ที่ 9 เกิดจากความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนา โดย การขุดถํ้าเป็นจํานวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์อีกด้วย อิสระเที่ยวชม และถ่ายรูปตามเหล่าอาคารบ้านเรือนของชาวเมืองคัปปาโดเกีย ที่เกิดจากการขุด เข้าไปในหินภูเขาไฟ และใช้เป็นที่อยู่อาศัย รวมถึงใช้เป็นศาสนสถานต่าง ๆ
นําท่านเดินทางสู่ โรงงานทอพรม Carpet Factory, โรงงานเซรามิค Pottery at Avanos Village และ Jewelry Shop สินค้าคุณภาพดี และขึ้นชื่อของประเทศตุรกี ให้เวลาท่านเลือกซื้อตามอัธยาศัย
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ UCHISAR KAYA HOTEL โรงแรมสไตล์ถํ้า (ถ้าหากโรงแรมสไตล์ถํ้าเต็ม ทางบริษัทขอ สงวนสิทธินําคณะไปพักในโรงแรมมาตรฐาน 4 ์ -5 ดาว แทน)
พิเศษ! นําท่านชมโชว์ระบําหน้าท้อง สไตล์พื้นเมือง ประเทศตุรกี
วันที่ 6: นครใต้ดิน - หุบเขานกพิราบ – หุบเขาอุชิซา - ทะเลสาบเกลือ
25 มี.ค. 05.00น. โปรแกรมเสริมพิเศษ ไม่รวมอยู่ในค่าทัวร์ สําหรับท่านใดที่สนใจขึ้นบอลลูนชมความงามของเมืองคัปปาโดเกีย จะต้องออกจากโรงแรม เวลา 05.00 น. ชมความงดงามของเมืองคัปปาโดเกียในอีกมุมหนึ่งที่หาชมได้ยาก ใช้เวลาอยู่บอลลูนประมาณ 1 ชั่วโมง (ค่าขึ้นบอลลูนไม่ได้รวมอยู่ในค่าทัวร์ ราคาประมาณ USD 280 ต่อ 1 ท่าน) ** ประกันภัยที่ทําจากเมืองไทย ไม่ครอบคลุมการขึนบอลลูน และเครื่องร่อนทุกประเภท กิจกรรมนีขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของท่าน**
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นําท่านชมนครใต้ดินไคมักลึ (Kaymakli Underground City) ปัจจุบันเป็นทั้งพิพิธภัณฑ์ถํ้าธรรมชาติใต้ดิน ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของจังหวัดเนฟเชียร์ สันนิษฐานว่าช่วงแรกสร้างขึ้นเพื่อใช้หนีทหารโรมันเช่นเดียวกับเกอเรเม่ แต่ขยายใหญ่ขึ้นในช่วงเวลาที่ชาวเติร์ก หรืออาณาจักรออตโตมัน เริ่มรุกราน โดยมีความลึกกว่า 10 ชั้น ความลึกสูงสุดอยู่ที่ 85 เมตร โดยมีความยาวอุโมงค์รวมระยะทางได้ถึง 80 กิโลเมตร
นําท่านชม หุบเขานกพิราบ (Pigeon Valley)ซึ่งเป็นพื้นที่วกวนแต่งดงาม อันประกอบไปด้วยหินก่อตัวรูปทรงประหลาด ถํ้าที่เป็นที่อยู่อาศัย และภูเขาไฟที่ไกลลิบ ชื่อหุบเขานกพิราบนี้ ได้มาจากบ้านนกพิราบที่สลักเข้าไปในหิน นกชนิดนี้ทําหน้าที่เป็นผู้ส่งสารที่สําคัญสําหรับผู้ที่เคยอาศัยอยู่ใน แถบนี้ และยังเป็นสัตว์เลี้ยงอีกด้วย
นําท่านชม ประสาทหินยูชิซาร์ (Uchisar Castle) เป็นปราสาทหินธรรมชาติตั้งแต่สมัยโรมันไบเซนไทน์ ที่ในอดีตใช้เป็นป้อมปราการสําหรับส่งสัญญาณเตือนภัย ตั้งอยู่ระหว่างทางจากเมือง Goreme ไปยัง Nevsehir ปราสาท Uchisar เป็นหินขนาดใหญ่ที่ก่อตัวขึ้นและสูงตระหง่านเหนือภูมิประเทศรอบด้าน มีลักษณะคล้ายกับรวงผึ้งที่เต็มไปด้วยรูขนาดเล็กและมืด
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นําท่านเดินทางสู่ เมืองอังการ่า (Ankara) ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศตุรกี โดยเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่อันดับสองรองจากอิสตันบูล อังการ่าตั้งอยู่บริเวณกลางคาบสมุทรอนาโตเลีย จึงเป็นเมืองที่มีความสําคัญทั้งทางธุรกิจและอุตสาหกรรม เป็นศูนย์กลางของรัฐบาลตุรกี และเป็นที่ตั้งของสถานทูตประเทศต่าง ๆ อีกด้วย ระหว่างทางนําท่านแวะชม ทะเลสาบเกลือ (Salt Lake) หรือทะเลสาบนํ้าเค็ม ภาษาท้องถิ่นคือ Tuz Golu ว่ากันว่ามีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของตุรกีเลย หากมาในฤดูนํ้าหลากจะเห็นเวิ้งทะเลสีชมพูสุดลูกหูลูกตาเลยทีเดียว ซึ่งเกิดจากสีของสาหร่ายสีแดง ที่ชื่อว่า Dunaiellam Salina สาหร่ายแดงเหล่านี้ยังมีสรรพคุณทางยา โดยสามารถนําไปสกัดเป็นอาหารเสริม และผสมในเครื่องสําอางค์ ได้อีกด้วย
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ NEW PARK HOTEL 5* หรือเทียบเท่า
วันที่ 7: อิสตันบูล - ล่องเรือบอสฟอรัส - ตลาดสไปซ์
26 มี.ค. เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นําท่านเดินทางสู่ เมืองอิสตันบูล (Istanbul)ชื่อเดิม คอนสแตนติโนเปิล เมืองที่มีประชากรมาก ที่สุดในประเทศตุรกี และ ทวีปยุโรป เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของ ประเทศตุรกี อิสตันบูลเป็นเมืองที่เชื่อมทวีปยูเรเซีย โดยตั้งระหว่างช่องแคบบอสฟอรัส (ซึ่งแยกยุโรปและเอเชีย) อิสตันบูลถือว่าเป็นสะพานเชื่อมระหว่าง ซีกโลกตะวันออก และตะวันตก
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นําท่าน ล่องเรือชมช่องแคบบอสฟอรัส (Bosphorus Cruise) ซึ่งเป็นช่องแคบที่เชื่อมทะเลดํา The Black Sea เข้ากับทะเลมาร์มาร่า Sea of Marmara โดยมีความยาวประมาณ 32 กิโลเมตร ความกว้างเริ่มตั้งแต่ 500 เมตร จนถึง 3 กิโลเมตร ถือว่าช่องแคบนี้เป็นจุดพบกันของสุดขอบทวีปยุโรปและสุดขอบทวีปเอเชีย ซึ่งนอกจากความสวยงามแล้ว ช่องแคบบอสฟอรัสยังเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สําคัญยิ่งในการป้องกันประเทศตุรกีอีกด้วย ขณะที่ล่องเรือท่านจะได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ข้างทางไม่ว่าจะเป็นพระราชวังโดลมาบาเชหรือบ้านเรือนสไตล์ยุโรปของบรรดาเศรษฐีทั้งหลาย ซึ่งล้วนแล้วแต่สวยงามตระการตาทั้งสิ้น
นําท่านสู่ ตลาดสไปซ์ (Spice Market) หรือที่เรียกกันว่า ตลาดเครื่องเทศ เป็นบริเวณที่สามารถเลือกซื้อของฝากคุณภาพดีได้ในราคาย่อมเยาไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับ ชา กาแฟ ผลไม้อบแห้ง หรือเตอกิสดีไลท์ สินค้าอันเลื่องชื่อของตุรกี ให้ท่านได้เลือกซื้อสิน หรือของฝาก ตามอัธยาศัย
ค่ำ บริการอาหารคํ่า ณ ภัตตาคาร
พักที่ GOLDEN WAY HOTEL 4* หรือเทียบเท่า
วันที่ 8: สุเหร่าสีน้ำเงิน– สุเหร่าเซนต์โซเฟีย - พระราชวังโดลมาบาห์เช
27 มี.ค. เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นําท่านเยี่ยมชม สุเหร่าเซนต์โซเฟีย (Mosque of Hagia Sophia) หรือชื่อในปัจจุบัน คือ พิพิธภัณฑ์ฮายาโซฟีอา หรือฮาเจียโซเฟีย (Hagia Sophia Museum) เดิมเคยเป็นโบสถ์ของคริสต์ศาสนา นิกายออร์โธดอกส์ ต่อมาถูกเปลี่ยนเป็นสุเหร่า และในปัจจุบันได้กลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์ สุเหร่าเซนต์โซเฟียถือเป็นสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง และมักถูกจัดให้อยู่ในรายการ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง ซึ่งจุดเด่นอยู่ที่ยอดโดมขนาดมหึมากลางวิหาร และนับเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดของสถาปัตยกรรมแบบไบแซนไทน์
นําท่านชม สุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque) สถานที่ศักดิสิทธิ์ทางศาสนาที่มีความสวยงามอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งชื่อนี้ได้มาจากสีนํ้าเงินของกระเบื้องเคลือบที่ใช้ปูตลอดแนวฝาผนังด้านใน ถูกสร้างขึ้นบนพื้นที่ซึ่งเคยเป็นวังของจักรพรรดิไบเซนไทน์ โดยสุลต่านอาห์เหม็ดที่ 1 ค.ศ. 1609 ใช้เวลาสร้าง โดยรวมแล้ว 7 ปี
นําท่านเดินชม อุโมงก์เก็บน้ำเยเรบาทัน (Yerebatan Sarnici) สร้างในสมัยจักรพรรดิจัสติเนียน ในปี ค.ศ. 532 เพื่อเป็นที่เก็บนํ้าสําหรับใช้ในพระราชวัง สํารองไว้ใช้ยามอิสตันบูลถูกข้าศึกปิดล้อมเมือง กว้าง 65 เมตร ยาว 143 เมตร มีเสาคํ้าหลังคา 336 ต้น แบ่งเป็น 12 แถว จุนํ้าได้ทั้งหมด 80,000 ลูกบาศก์เมตร นํ้าที่ได้ส่งผ่านท่อมาจากแหล่งนํ้าที่อยู่ห่างออกไป 20 กิโลเมตร ใกล้กับทะเลดํา ที่มาของสถานที่แห่งนี้ชวนให้ขนลุกอยู่ไม่น้อย เสาคอลัมน์ หัวเสา และฐานเสานํามาจากซากหักพังของอาคารหลายแห่ง มีเสาทรงแปลก ๆ อย่างเสาประดับรูปศีรษะเมดูซาที่กลับหัวลงและตะแคงข้าง รวมทั้งเสาหยาดนํ้าตา
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นําท่านเดินทางสู่ พระราชวังโดลมาบาห์เช (Dolmabahce Palace) สร้างโดยสุลต่านอับดุลเมซิด Abdul Mecit ในปี 2399 ใช้เวลาสร้างถึง 30 ปี สร้างด้วยหินอ่อน ศิลปะแบบตะวันออก ผสมผสานกับตะวันตก ตัวอาคารยาวถึง 600 เมตร ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลมาร์มาราในช่องแคบบอสฟอรัสบนฝั่งทวีปยุโรป จุดเด่นของวังแห่งนี้คือมีการประดับตกแต่งด้วยความประณีตวิจิตรตระการตามีทั้งเฟอร์นิเจอร์พรม โคมไฟ เครื่องแก้วเจียระใน และรูปเขียน รูปถ่ายต่างๆ ที่มีชื่อเสียงมาก ได้แก่ โคมไฟแชนเดอเลียร์ ของขวัญจากอังกฤษทําจากแก้วคริสทัลขนาดใหญ่ที่สุดในโลกหนักถึง 5,000 กิโลกรัม ประดับดวงไฟ 750 ดวง พรมทอมือผืนเดียวที่ใหญ่ที่สุดในโลก เสาหินอ่อนบันไดทางขึ้นห้องโถงตรงราวทําด้วยไม้วอลนัต ลูกกรงราวบันไดทําด้วยแก้วคริสทัล พรมชั้นเลิศราคาแพงที่สุดในโลก ทอโดย Cinar ในตุรกี เครื่องแก้วเจียระไนจากโบฮีเมีย ดีที่สุดในโลกของสาธารณรัฐเช็ก หินอ่อนจากอียิปต์มาทําห้องอาบนํ้า เซาน่า ในรูปแบบที่เรียกว่า เตอร์กิชบาธ ที่น่าสังเกตคือ มีนาฬิกาวางประดับไว้มากมาย ทุกเรือนจะชี้บอกเวลา 09.06 น. อ้นเป็นเวลาที่ประธานาธิบดีมุสตาฟา เคมาล หรืออตาเติร์กถึงแก่อสัญกรรมในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2484 แลมีรูปภาพเหมือนของสุลต่านหลายพระองค์ที่น่าสนใจคือ รูปสุลต่านอับดุล อาซิส ผู้มีรูปร่างใหญ่มาก สูง 195 เซนติเมตร มีนํ้าหนัก 200 กิโลกรัม โปรดกีฬามวยปลํ้า ขี่ม้า ยิงธนู เป็นสุลต่านองค์แรกที่เสด็จเยือนต่างประเทศ เช่นอียิปต์ ฝรั่งเศส อังกฤษ เบลเยี่ยม เยอรมนี ออสเตรีย และฮังการี ที่น่าทึ่งและประหลาดใจก็คือ ทุกๆอย่างในพระราชวังเป็นของดั้งเดิม มิได้ถูกขโมยหรือทําลายเสียหาย การเข้าชมภายในพระราชวังก็ต้องเข้าชมเป็นคณะเป็นรอบ ๆ มีเวลา มีมัคคุเทศก์ของวังนําชมทีละห้องทีละอาคาร มีเจ้าหน้าที่คอยควบคุมอยู่ท้ายคณะ คอยดูแลไม่ให้แตกแถวไม่ให้อยู่ห้องใดห้องหนึ่งนานเกินไป ไม่ให้จับต้องสิ่งของต่างๆและต้องสวมถุงพลาสติกคลุมรองเท้าทุกคน เพื่อป้องกันไม่ให้พื้นปาร์เกต์อันสวยงามต้องสึกหรอ รวมทั้งพื้นพรมอันลํ้าค่าเสียหาย พระราชวังเปิดทุกวัน 09.30-16.00 หยุดวันจันทร์และพฤหัสบดี นอกจากนี้ยังมีประตูทางเข้า หอนาฬิกา สวนริมทะเล อุทยาน นาฬิกา ดอกไม้ นํ้าพุ สระนํ้า รูปปั้น รูปสลักต่างๆ วางประดับไว้อย่างลงตัว น่าชื่นชมในรสนิยมของสุลต่านแห่งออตโตมันเป็นอย่างยิ่ง
จากนั้นนําท่านสู่ จตุรัสทักซิมสแควร์ (Taksim Square) เป็นแหล่งรวมสถานที่ช้อปปิ้ง ร้านอาหาร และสถานบันเทิงอันแสนคึกคัก ในบริเวณใกล้เคียงมีจัตุรัส Taksim เป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์ Republic Monument ในย่านนี้ยังมีรถรางอันเก่าแก่วิ่งบนถนน Istiklal Caddesi ซึ่งเป็นถนนสายหลักของเมือง บนถนนแห่งนี้ขนาบด้วยอาคารสมัยศตวรรษที่ 19 ซึ่งเป็นที่ตั้งของร้านค้าที่มีสาขาทั่วโลก อิสระให้ท่านเดินเล่น และซื้อของที่ระลึกตามอัธยาศัย
ค่ำ อิสระอาหารค่ำ
ได้เวลาอันสมควรนําท่านเดินทางสู่ สนามบินอิสตันบูล
วันที่ 9: อิสตันบูล – กรุงเทพฯ
28 มี.ค. 01.45น. ออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ โดยสายการบิน TURKISH AIRLINES เที่ยวบินที่ TK69
15.25น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพด้วยความประทับใจ

การสมัคร: สามารถโอนเข้ามาได้ที่บัญชีนี้

SCB “สถาบันกรุงเทพคริสตศาสนศาสตร์”
เลขบัญชี: 175-226384-5